“สีหศักดิ์”ยืนยันนโยบาย “จีนเดียว” เป็นจุดยืนที่ไทยยึดถือมาโดยตลอด และเป็นหลักการที่นานาประเทศให้การยอมรับ ชี้แถลงการณ์ร่วมไทย-จีนไม่มีสาระใหม่ พร้อมเชื่อกรณีไต้หวันแสดงความผิดหวังเป็นเพียงการสื่อสารภายใน ย้ำความสัมพันธ์ไทย-ไต้หวันด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมยังดำเนินต่อไปตามปกติ และไม่กระทบมาตรการฟรีวีซ่าคนไทย
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อรัฐบาลไทย ภายหลังการออกแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน ซึ่งระบุว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้” ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นถ้อยคำที่สอดคล้องกับหลักการที่ไทยยึดถือมาโดยตลอด
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเจรจาจัดทำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับจีน และยืนยันว่า นโยบาย “จีนเดียว” เป็นหลักการที่ไทยยึดมั่นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นจุดยืนที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกยอมรับและถือปฏิบัติ
พร้อมระบุว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรวมประเทศนั้น ไทยยึดหลักการแก้ไขปัญหาโดยสันติ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ใช้ในเอกสารทางการมาโดยตลอด และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
“เข้าใจว่าฝ่ายไต้หวันอาจมีความกังวลเป็นพิเศษ แต่ยืนยันได้ว่าท่าทีของไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกประเทศยังคงยึดหลักการ ‘จีนเดียว’ เว้นเพียงไม่กี่ประเทศที่รับรองไต้หวันแทนจีน ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก จึงไม่น่าจะมีประเด็นใดเป็นพิเศษ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า การที่ฝ่ายไต้หวันออกแถลงการณ์ อาจเป็นเรื่องของการสื่อสารภายในประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนหรือคลายความกังวลของประชาชน แต่ไม่ได้มีการระบุว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้ประเทศไทยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยรับทราบดีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไต้หวันยังคงดำเนินไปตามปกติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์ดังกล่าว
เมื่อถูกถามถึงกระแสความกังวลของคนไทยว่า แถลงการณ์ของไต้หวันอาจส่งผลกระทบต่อมาตรการยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยวไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ฝ่ายไต้หวันยังไม่ได้ส่งสัญญาณหรือแสดงท่าทีในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากต่างฝ่ายต่างตระหนักถึงผลประโยชน์ร่วมกันที่มีอยู่
“การเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยไปไต้หวันเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของไต้หวัน ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไต้หวันก็ยังคงเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยเช่นกัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ฝ่ายไทยจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับไต้หวันเพิ่มเติมหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หากฝ่ายไต้หวันประสงค์จะหารือหรือขอคำชี้แจง ไทยก็พร้อมอธิบายข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพราะจุดยืนของไทยมีความชัดเจนและต่อเนื่องมาโดยตลอด
พร้อมย้ำว่า ในการเจรจาจัดทำแถลงการณ์ร่วมกับจีน กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาและชั่งน้ำหนักถ้อยคำอย่างรอบคอบ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางการทูต โดยยึดหลักการใช้ถ้อยคำที่เคยใช้และได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ หากมีการเสนอถ้อยคำใหม่ ก็จะต้องพิจารณาอย่างละเอียดและสอบถามถึงความหมาย รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก่อนนำมาใช้ทุกครั้ง



















