“ลูกหมี รัศมี”ฟ้องล้มละลาย“ปู มัณฑนา” หนี้พุ่ง2.4ล้านลั่นถ้าจ่ายพร้อมจบทั้ง8คดี

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ลูกหมี รัศมี” พร้อมทีมทนายแถลงความคืบหน้าคดี “ปู มัณฑนา” หลังข้อพิพาทยืดเยื้อเกือบ 3 ปี เผยยอดหนี้จากเดิม 1.7 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2.4 ล้านบาท ระบุหากชำระตามจำนวนพร้อมถอนฟ้อง 8 คดี ขณะที่ “ทนายเดชา” แจงกระบวนการล้มละลายและข้อจำกัดหลังถูกพิทักษ์ทรัพย์

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ รามอินทรา “ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี” นางแบบชื่อดัง พร้อม “ทนายกุ้ง” และ “ทนายเดชา” ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้ากรณีการยื่นฟ้องล้มละลาย “ปู มัณฑนา” หรือ นางมัณฑนา หิมะทองคำ อดีตนางเอกยุค 90 หลังมีข้อพิพาทและคดีความต่อเนื่องมานานเกือบ 3 ปี

ลูกหมีเปิดเผยว่า วันนี้ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง เนื่องจากที่ผ่านมาแม้มีคำพิพากษาจากศาลแพ่งและศาลอาญาหลายคดี แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงตัดสินใจใช้กระบวนการฟ้องล้มละลายเป็นอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อให้ศาลและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดูแลจัดการทรัพย์สินและหนี้สินตามขั้นตอนของกฎหมาย

ลูกหมีกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนพยายามเปิดโอกาสให้มีการไกล่เกลี่ยมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2567 ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงมองว่าถึงเวลาที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้งอีกฝ่าย แต่เป็นการปกป้องสิทธิของตนเองในฐานะเจ้าหนี้

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงเงินจำนวน 1.7 ล้านบาท ลูกหมีระบุว่า จำนวนดังกล่าวเป็นยอดตามคำสั่งศาลในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 3 ปี เมื่อรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่างๆ ปัจจุบันยอดอยู่ที่ประมาณ 2.4 ล้านบาท พร้อมระบุว่า หากปู มัณฑนา สามารถนำเงินจำนวน 2.4 ล้านบาทมาชำระได้ ตนพร้อมถอนฟ้องทั้ง 8 คดีที่มีต่อกัน โดยขณะนี้มีทั้งคดีในชั้นศาล 5 คดี และคดีที่อยู่ในชั้นตำรวจอีก 3 คดี

ลูกหมียังยืนยันว่า หากอีกฝ่ายยังไม่สามารถชำระเงินเต็มจำนวน แต่ต้องการเจรจา ก็สามารถเข้ามาไกล่เกลี่ยกันได้ตลอดเวลา เพราะตนยังต้องการให้เรื่องจบโดยเร็ว ไม่อยากให้คดีลากยาวออกไปอีก 5-7 ปี พร้อมย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ให้โอกาสอีกฝ่ายมาโดยตลอดแล้ว

สำหรับกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าการดำเนินคดีเป็นการกลั่นแกล้ง ลูกหมีระบุว่าไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะทุกคนสามารถพูดได้ แต่สิ่งสำคัญคือตนรู้ว่ากำลังทำอะไรและพร้อมรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง พร้อมยืนยันว่าเงินจำนวน 2 ล้านบาทที่สูญเสียไป เป็นเงินเก็บจากการทำงานปีละประมาณ 100,000 บาท นานถึง 20 ปี จึงเป็นความสูญเสียที่มีความหมายต่อตนเองอย่างมาก

ลูกหมียังกล่าวถึงกรณีที่อีกฝ่ายระบุว่าจะนำเงินจากสปอนเซอร์หรือผู้ใหญ่ใจดีมาชำระหนี้ว่า ยังคงรอและหวังว่าจะสามารถนำเงินมาวางได้ตามที่พูด พร้อมเปิดทางให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออก โดยมองว่าหากสามารถเคลียร์หนี้กับตนได้ก่อน ก็จะช่วยลดจำนวนคดีที่อีกฝ่ายต้องรับมือไปได้หลายคดี

ขณะที่ “ทนายเดชา” อธิบายถึงกระบวนการล้มละลายว่า หากลูกหนี้มีการยักย้ายหรือโอนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ อาจเข้าข่ายความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้ และหากมีบุคคลอื่นถือกรรมสิทธิ์แทน ก็ยังสามารถติดตามทรัพย์สินได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

ทนายเดชากล่าวต่อว่า การฟ้องล้มละลายไม่ได้หมายความว่าจะปิดช่องทางทำมาหากินทั้งหมด แต่หากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว การจัดการทรัพย์สินและรายได้จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้ไม่สามารถก่อหนี้หรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินได้อย่างอิสระ และการเดินทางออกนอกประเทศก็ต้องขออนุญาตตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้ยังสามารถเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ได้ทั้งก่อนและหลังการล้มละลาย โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุมเจ้าหนี้และศาล

ทั้งนี้ ลูกหมียังฝากถึงปู มัณฑนา หากมีโอกาสก็อยากให้กลับมาเจรจาและไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง เพราะหากสามารถตกลงกันได้ก็พร้อมถอนฟ้อง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถยุติข้อพิพาทที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 3 ปี และเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็วที่สุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img