‘เทพไท’เสนอ6ข้อก่อนครม.สัญจรสงขลา แนะ‘นายกฯ’ลงพื้นที่3จังหวัดชายแดนใต้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” เสนอ 6 ข้อถึง “อนุทิน” ก่อนประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 1 ก.ย. ชี้ควรลดวัฒนธรรมติดป้ายต้อนรับ รับฟังผลสำรวจนิด้าโพล ลงพื้นที่ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พร้อมตั้งข้อสังเกตเหตุวางเพลิงเกิดขึ้นต่อเนื่องกว่า 100 จุด แนะนายกฯ ลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นประชาชน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์และวิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อเสนอถึงรัฐบาล 6 ข้อเสนอ ต่อ ครม.สัญจร ที่สงขลา ว่า

เมื่อสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีกำหนดการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 1 กันยายน 2569 ได้มีคณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 29-30-31 สิงหาคม 2569 ซึ่งนับว่าเป็นความตั้งใจของคณะรัฐมนตรี ที่ต้องการประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลามาก่อนหน้านี้ แต่มีการเลื่อนการประชุมมาเป็นวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569

ในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และเป็นคนภาคใต้คนหนึ่ง รู้สึกยินดีที่คณะรัฐมนตรี มีการประชุมครม.สัญจรในพื้นที่ภาคใต้ และหวังว่าพื้นที่ภาคใต้ คงจะได้รับประโยชน์จากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรบ้างไม่มากก็น้อย แต่จะขออนุญาตเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมครม.สัญจรของรัฐบาล ที่จังหวัดสงขลา ดังนี้คือ

1.มีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์จากสื่อหลักและสื่อโซเชียล เรื่องการติดป้ายต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นจำนวนมาก จนเกินความจำเป็น สิ้นเปลือง และเกะกะหู เกะกะตา ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีได้กำชับไปยังข้าราชการ หน่วยงาน หรือหัวคะแนน หรือลิ่วล้อทางการเมือง ให้ลดละเรื่องขบวนการเชลียร์ ขบวนการติดป้ายเอาหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า การลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ เพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อหาเสียง หรือเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

2.มีรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียงล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี จะได้ไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และทำให้ประชาชนจะได้รับประโยชน์ เหมือนกับคำกล่าวว่า “ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง ความรุ่งเรืองจะบังเกิด” การที่รัฐมนตรีลงพื้นที่เป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้ลงพื้นที่อย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกจังหวัด ที่อยู่ใกล้เคียงกับจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งไม่มีรัฐมนตรีคนใดลงพื้นที่เลย

3.อยากให้นายกรัฐมนตรีได้รับฟังความคิดเห็น หรือผลการสำรวจของนิด้าโพล แม้ว่าจะเป็นผลการสำรวจก็ตาม แต่ก็สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชน และสามารถนำมาเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง ของทางราชการ ซึ่งอาจจะคิดแตกต่างกัน หรืออาจจะเป็นข้อมูลด้านเดียว เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีควรจะรับฟัง ไม่ใช่ตัดบทตอบกับผู้สื่อข่าวว่า เอาเรื่องจริงมาพูดดีกว่า ไม่เอาผลโพล ไม่เอาผลการสำรวจ ซึ่งแสดงว่านายกรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนจากพื้นที่ หรือจากภาคประชาชน

4.มีการตั้งคำถามว่า เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะมีครม.สัญจรเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ทำไมถึงมีเหตุร้าย หรือเหตุความรุนแรง หรือมีการวางเพลิงเป็นจำนวนมาก พูดได้ว่าเกิดเหตุร้ายรายวัน ซึ่งมีการตั้งคำถามว่า เหตุความรุนแรงหรือเหตุร้ายที่เกิดขึ้น เป็นการจงใจ เป็นการเจตนา ที่จะก่อให้เกิดขึ้น เพื่อต้อนรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรหรือไม่

5.การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในครั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้มีการประชุมครม.สัญจรในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยซ้ำไป ซึ่งรัฐบาลสามารถเลือกได้ว่าจะประชุมที่ปัตตานี ยะลาหรือนราธิวาส เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล หรือความตั้งใจของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นการความเชื่อมั่น เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

6.ตั้งแต่เกิดเหตุการวางเพลิงเกิดขึ้น ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการวางเพลิงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งหมด 100 กว่าจุด ซึ่งเป็นจำนวนมาก และเกิดเหตุการณ์วางเพลิงเป็นรายวัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ หรืออยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสำคัญ ไม่ได้ลงพื้นที่ทันที หลังจากกลับจากเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ แต่กลับไปพื้นที่จังหวัดน่าน และจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพยายามจะอ้างว่า การลงพื้นที่สร้างความวุ่นวาย และความยุ่งยากให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ต้องมาต้อนรับดูแล อยากให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลประชาชนดีกว่า

ซึ่งถ้าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่3จังหวัดภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ข้าราชการสามารถให้การต้อนรับ หรือดูแลความปลอดภัยเฉพาะที่จำเป็น ซึ่งจะไม่ได้รบกวน หรือไปเบียดเบียนเวลาของข้าราชการ หรือหน่วยงานความมั่นคง ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน

จึงอยากให้นายอนุทินได้ทบทวนความคิด อยากให้ลงพื้นที่ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่ต้องกังวลว่า จะไปรบกวนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อยู่ที่ตัวนายอนุทินเองว่า จะมีความกล้าหาญ หรือต้องการให้มีหน่วยงานความมั่นคงมาอารักขามากน้อยเพียงใด

จึงฝากไว้เป็นข้อคิดเห็น หรือความคิดต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img