‘อาสพลธ์’นำคณะกมธ.ป.ป.ช.หารือก.พ. เล็งชงเลิกระบบสอบกระดาษภายใน 3 ปี

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. หารือ ก.พ. ขอข้อมูลเปรียบเทียบการจัดสอบกับท้องถิ่น “อาสพลธ์” เผย ก.พ. เสนอแก้กฎหมายเปิดทางจัดสอบท้องถิ่นเอง ระบุ อีก3ปี โละระบบสอบแบบกระดาษ ด้าน “เลขาธิการ ก.พ.” ชี้ ได้คนโกงรับราชการเป็นภาระงบประเทศ 30 ล้านบาทต่อคน เผยกระบวนการจัดสอบรัดกุมทุกขั้นตอน

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. จังหวัดนนทบุรี นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ รองประธานคณะกรรมาธิการ นายธนาธาร ประมูลพงษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ เดินทางศึกษาดูงาน ที่สำนักงาน ก.พ. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับนายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. นายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ.และผู้แทนของสำนักงานก.พ. ในประเด็นนโยบายมาตรการและแนวทางการดำเนินงาน ด้านความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ ภาพรวมส่วนใหญ่ คณะกรรมาธิการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสอบของสำนักงาน ก.พ. เพื่อเปรียบเทียบกับการจัดสอบส่วนท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับ ก.พ. ว่า สาเหตุที่มาศึกษาดูงานที่สำนักงาน ก.พ. มาจากการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นที่เกิดขึ้น และเพื่อป้องกันไม่ให้มีทุจริตอีกครั้ง จึงต้องมาขอข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ. ซึ่งได้รับการยืนยันว่าขณะนี้ได้เสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)บริหารบุคคลส่วนท้องถื่น ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาชั้นวุฒิสภา ตนทราบว่ามีการแก้ไขบางมาตรา เพื่อเปิดโอกาสให้การจัดการแข่งขันในอนาคต สามารถให้ทาง ก.พ. ดำเนินการจัดสอบภาค ก. ได้

ประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน การจัดสอบมีสอบแบบกระดาษ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ความคืบหน้าที่สำคัญ คือมีความพยายามตั้งเป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะยกเลิกการสอบแบบกระดาษ และใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จากการสอบถาม ก.พ. พบว่า ทาง กทม.ได้ใช้ข้อสอบ ก.พ. ในการสอบภาค ก. ซึ่งเป็นข้อมูลใหม่และน่ายินดี ดังนั้น นอกจากหน่วยงานต่างๆจะใช้ข้อสอบของก.พ. แล้ว ยังอยากเสนอให้ก.พ. จัดสอบเองด้วย เพื่อป้องกันการทุจริตและได้ข้าราชการที่มีมาตรฐานเดียวกัน

ด้าน เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า ในแง่งบประมาณ ถ้าราชการได้บุคคลที่ดี ไม่ทุจริตก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้บุคคลที่ทำทุจริตมาเป็นข้าราชการ ไม่เพียงแต่จะเป็นภาระทางงบประมาณตอนทำงานอยู่เท่านั้น คนเหล่านี้ยังจะได้รับบำนาญอีกด้วย ซึ่งจากข่าวสารผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นจ่ายหัวละหลักแสนบาท แต่จากการเก็บข้อมูลหากเข้ารับราชการตั้งแต่ระดับต้น จนถึงอายุ 70-80 ปี รัฐจะต้องใช้งบในการดูแลประมาณ 30 ล้านบาทต่อคน

นอกจากนี้ รองเลขาธิการ ก.พ. ได้เปิดเผยถึงการกระบวนการจัดสอบว่า สำหรับข้อสอบ ก.พ.จะเป็นผู้ออกข้อสอบเอง ไม่ได้ให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบให้ ทุกขั้นตอน ก.พ.เป็นผู้ดำเนินการเอง ชุดข้อสอบมีมากกว่าที่จะใช้ในการสอบ ส่วนชุดใดจะได้ใช้จริงอยู่ที่เลขาธิการก.พ.จับฉลาก

อย่างไรก็ตาม การตรวจข้อสอบ จะมีเจ้าหน้าที่ ก.พ. ที่ได้รับมอบหมายจำนวนหนึ่งให้ทำหน้าที่เฉพาะ ตั้งแต่นำกระดาษคำตอบเข้าเครื่องตรวจเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทที่รับจ้างตรวจ การนำข้อมูลบันทึกในฮาร์ดดิสก์ External การเข้ารหัส เมื่อข้อมูลอยู่ในฮาร์ดดิสก์เรียบร้อย บริษัทที่ตรวจคำตอบจะต้องลบข้อมูลทั้งหมดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ก.พ. จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะถือข้อมูลทั้งหมดกลับมาที่สำนักงาน แม้กระทั่งการทำลายกระดาษก็ใช้วิธีการต้ม

สำหรับการประกาศผล ทางก.พ. ก็มีโปรแกรมเป็นของตัวเอง และทำงานคู่ขนานรีเช็คกับเอกชนอีกครั้ง ว่ามีผู้ที่สอบผ่านจำนวนตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันจึงค่อยประกาศผล ทั้งนี้ ผู้แทนของก.พ. ยังมองด้วยว่า เพื่อป้องกันข้อสอบรั่วไหล เฉลยคำตอบควรเสร็จภายหลังจากที่สอบเสร็จแล้ว ต้องใช้คนให้น้อยที่สุด และควรตรวจข้อสอบที่ส่วนกลางเท่านั้น ไม่ควรกระจายไปตามจุดต่างๆ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img