“เอกภพ เพียรพิเศษ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประกาศแนวทางการสื่อสารของทีมโฆษกรัฐบาล เน้นข้อมูลเข้มข้น รวดเร็ว และตรวจสอบได้ ย้ำไม่มุ่งตอบโต้หรือโต้วาทีทางการเมือง แต่ใช้ข้อเท็จจริงรับมือข้อมูลบิดเบือน พร้อมชวนทุกฝ่าย “แข่งกันปักธงความคิด” เสนอสิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่รัฐสภา นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางการทำงานของทีมโฆษกรัฐบาลชุดใหม่ โดยยืนยันว่า การสื่อสารจากนี้จะเน้นความเข้มข้นของข้อมูล ความรวดเร็ว และข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นายเอกภพกล่าวว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่าโฆษกรัฐบาลในมิติใหม่อาจมีความเข้มข้นทางการเมือง และตอบโต้ทางการเมืองมากขึ้น แต่แนวทางของตนและทีมโฆษกรัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นการโต้วาทีหรือใช้อารมณ์ทางการเมือง หากพบข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือน จะใช้ “ข้อมูลจริง” เป็นเครื่องมือในการชี้แจงและตอบโต้
พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือเลือกบุคคลใดก็ตาม โดยทีมโฆษกรัฐบาลจะไม่ทำหน้าที่เติมเชื้อไฟทางการเมือง หรือสร้างความแตกแยกให้ประชาชนแบ่งออกเป็นกลุ่มหรือสีต่าง ๆ
“ทีมโฆษกรัฐบาลจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่” นายเอกภพกล่าว
นายเอกภพกล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังมีเรื่องดี ๆ อีกมากมาย และมีหลายประเด็นที่อยากเชิญชวนคนในแวดวงการเมืองมาร่วมกันผลักดัน แทนที่จะเสียเวลาไปกับการตอบโต้ทางการเมืองในเรื่องที่ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์
จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกัน “ปักธงทางความคิด” และเสนอว่าอยากเห็นประเทศไทยเดินไปในทิศทางใด มีอะไรที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ รวมถึงแนวทางที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจดีขึ้น
นายเอกภพกล่าวอีกว่า หากแนวคิดใดเป็นเรื่องที่ดี คณะรัฐมนตรีก็พร้อมนำไปพิจารณาและปฏิบัติ ขณะเดียวกัน หากเรื่องใดรัฐบาลดำเนินการได้ดีแล้ว ทีมโฆษกรัฐบาลก็จะทำหน้าที่นำข้อมูลดังกล่าวมาสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบเช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า การเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มบทบาทในการชี้แจงประเด็นทางการเมือง รวมถึงการกำหนดตัวชี้วัดผลงาน (KPI) เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนโฆษกรัฐบาลทุก 6 เดือนหรือไม่นั้น นายเอกภพย้ำว่า การสื่อสารของทีมโฆษกรัฐบาลไม่ได้เน้นการตอบโต้หรือโต้วาทีทางการเมือง แต่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อเท็จจริง และใช้ข้อเท็จจริงตอบโต้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน
พร้อมย้ำว่า จะไม่ให้ความสำคัญกับประเด็นที่ไม่มีผลประโยชน์ต่อประชาชน และอยากเห็นการเมืองที่ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มากกว่าการเปิดข่าวแล้วเห็นเพียงนักการเมืองทะเลาะหรือโต้เถียงกัน



















