หน้าแรกHighlight“ปวดท้องเมนส์”หนัก-มาเยอะผิดปกติ!!! อย่าปล่อยผ่าน-อาจเสี่ยง‘เนื้องอกมดลูก’

“ปวดท้องเมนส์”หนัก-มาเยอะผิดปกติ!!! อย่าปล่อยผ่าน-อาจเสี่ยง‘เนื้องอกมดลูก’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ผู้หญิงหลายคนคงเคยปวดท้องเมนส์หนัก ๆ หรือประจำเดือนมาเยอะผิดปกติ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าอาจเป็นสัญญาณของ “เนื้องอกมดลูก” อันตรายที่หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจนกระทบชีวิตประจำวัน ซึ่งหากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่จำเป็นต้องผ่าตัดรักษา ทำให้หลายคนกลัวว่าจะเจ็บหรือทิ้งแผลเป็นไว้บริเวณหน้าท้อง แต่เทคโนโลยีการรักษาในวันนี้ ทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น และการผ่าตัดยุคนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยเฉพาะ การผ่าตัดส่องกล้องนรีเวช ที่เรียกว่า V-NOTES ซึ่งช่วยให้ไม่มีแผลหน้าท้อง เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน

วันนี้ นพ.กษิติ เที่ยงธรรม แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์สูตินรีเวช รพ.วิมุต จะชวนมาเช็กสัญญาณเตือน “เนื้องอกมดลูก” ที่ไม่ควรละเลยก่อนอาการรุนแรง พร้อมแชร์แนวทางการรักษาในปัจจุบันเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะที่สุดสำหรับตัวเอง

ทำความรู้จัก “เนื้องอกมดลูก” ภัยใกล้ตัวของผู้หญิงวัยทำงาน

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) คือภาวะที่เซลล์กล้ามเนื้อมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้อ เกิดได้ทั้งด้านนอกผนังมดลูก อยู่ในเนื้อมดลูก หรืออยู่ในโพรงมดลูก มักพบในผู้หญิงช่วงอายุ 30-50 ปี หรือในวัยเจริญพันธุ์

นพ.กษิติ เที่ยงธรรม

ฮอร์โมน-พันธุกรรม สองปัจจัยกระตุ้น “เนื้องอกมดลูก”

นพ.กษิติ เล่าว่า แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนในการเกิดเนื้องอกมดลูก แต่มีปัจจัยกระตุ้นหลัก ๆ ได้แก่ ฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ที่อาจไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งแพทย์พบว่าคนไข้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วง 50 ปีขึ้นไป ร่างกายจะไม่มีการผลิตฮอร์โมน ส่งผลให้ก้อนเนื้อจะมีแนวโน้มที่จะฝ่อหรือยุบตัวลงเล็กน้อย

ต่อมาคือ การส่งต่อโรคทางพันธุกรรม เพราะหากแม่ของเราเคยเป็นโรคนี้ เราก็อาจได้รับพันธุกรรมผิดปกติมาจนทำให้มีความเสี่ยงกว่าคนทั่วไป ส่วนปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ เช่น การกินเนื้อแดงและอาหารไขมันสูง หรือมีความเครียดสะสม นอกจากนี้ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และภาวะการขาดวิตามิน D เป็นปัจจัยที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงได้

ปวดท้องรุนแรง-ประจำเดือนมามาก สัญญาณเตือน “เนื้องอกมดลูก”

โดยปกติหากก้อนเนื้อมีขนาดเล็กอาจไม่มีอาการใด ๆ แต่เมื่อก้อนเนื้อขยายใหญ่ขึ้นอาจทำให้เกิด ความผิดปกติของประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็น ประจำเดือนมามาก มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ หรือปวดท้องรุนแรง ซึ่งการเสียเลือดมากนาน ๆ จะนำไปสู่ ภาวะโลหิตจาง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย นอกจากนี้ หากก้อนเนื้อไปกดทับอวัยวะข้างเคียง อาจก่อให้เกิดอาการ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก หรือท้องผูกร่วม ด้วย

ดังนั้นถ้าพบความผิดปกติเหล่านี้ อย่ารอช้า ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษาทันที

V-NOTES ทางเลือกการรักษาเนื้องอกมดลูกไร้แผลหน้าท้อง คืนความมั่นใจให้ผู้หญิง

การตรวจวินิจฉัยเนื้องอกมดลูกจะใช้การตรวจภายในและอัลตราซาวด์เป็นหลัก โดยแพทย์จะพิจารณาการรักษาเป็นรายบุคคล หากคนไข้มีก้อนเนื้อขนาดเล็กและไม่มีอาการ อาจติดตามเป็นระยะหรือรักษาด้วยยาเพื่อบรรเทาอาการ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับแต่ละราย ส่วนในกรณีที่มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม โดยที่ศูนย์สูตินรีเวช รพ.วิมุต มีทางเลือกทั้งการผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้อง การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวที่สะดือ และการผ่าตัดส่องกล้องนรีเวชแบบไร้แผล หรือ V-NOTES (Vaginal Natural Orifice Transluminal Endoscopic Surgery)

นพ.กษิติ อธิบายว่า V-NOTES เป็นการผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางช่องคลอด ไม่มีแผลที่หน้าท้อง ช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว กลับบ้านได้ไว ซึ่งหลังผ่าตัดอาจรู้สึกจุกหน่วงท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน แต่จะหายภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม V-NOTES อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีพังผืดใกล้ลำไส้มาก หรือผู้ป่วยที่มีช่องคลอดแคบมาก และผู้ที่ต้องใช้การเย็บแผลที่ซับซ้อน

“แม้ภาวะเนื้องอกมดลูกจะเป็นโรคที่ป้องกันล่วงหน้าไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองไม่ให้โรครุนแรงได้ สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกแล้ว ควรติดตามอัลตราซาวด์ทุก 6 เดือนถึง 1 ปีตามที่แพทย์นัด และทุกคนควรตรวจสุขภาพสตรีประจำปี  ควบคู่กับการสังเกตอาการตัวเอง หากรู้สึกปวดท้องประจำเดือน เมนส์มามากผิดปกติ อย่ากลัวที่จะมาพบแพทย์ เพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงทีก่อนอันตราย สำหรับใครที่กังวลเรื่องการผ่าตัดรักษา ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษาที่หลากหลาย เจ็บน้อย และปลอดภัยขึ้นมาก โดยสามารถปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์ เพื่อให้เจอการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง” นพ.กษิติ กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img