เปิดแผนดำเนินการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ของ “กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน” กรมควบคุมโรค กลุ่มใดจะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน-หลัง และแผนการจัดหาว่าจะนำมาจากใครบ้าง ครอบคลุมคนไทย 80% จากประชากรทั้งหมด
กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค ได้จัดทำ “สรุปแผนการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมการให้บริการวัคซีนโควิด 19 ในปี 2564” มีรายละเอียดที่น่าสนใจคือ
1.เป้าหมายการดำเนินงานปี 2564
-ประเทศไทยสามารถจัดหาวัคซีนโควิด 19 ครอบคลุมประชากรร้อยละ 80 ของจำนวนประชากรในปี 2564
2.การแบ่งระยะการให้บริการวัคซีน COVID 19
–คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ภายใต้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของวัคซีนโดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับปริมาณวัคซีนที่รัฐจัดหาได้ ดังนี้…
ระยะที่ 1 เมื่อมีวัคซีนปริมาณจำกัด (Limited vaccine supply)
มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจาก COVID-19 (2) รักษาระบบสุขภาพของประเทศ
ระยะที่ 2 เมื่อมีวัคซีนมากขึ้น (More vaccine supply)
มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ
ระยะที่ 3 เมื่อมีวัคซีนเพียงพอ (Sufficient vaccine supply)
มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร และฟื้นฟูให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
3.กลุ่มเป้าหมายในการให้วัคซีนโควิด 19 ในระยะที่ 1
3.1 บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน
3.2 บุคคลที่มีโรคประจำตัว ดังต่อไปนี้
-โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี เป็นต้น
-โรคหัวใจและหลอดเลือด
-โรคไตเรื้อรังที่อยู่ระยะ 5 ขึ้นไป (ไตวายเรื้อรัง)
-โรคหลอดเลือดสมอง
-โรคมะเร็งทุกชนิด ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วย เคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
-โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
3.3 ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป
3.4 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด 19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย
4.จำนวนกลุ่มเป้าหมายระยะที่ 1 คาดประมาณจำนวน 19 ล้านคน มีรายละเอียดดังนี้

5.สถานการณ์การจัดหาวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย
แผนการจัดหาวัคซีนโควิด 19 ในระยะสั้น เน้นไปที่การจัดซื้อวัคซีน โดยการเจรจาแบบทวิภาคี ดังนี้
-การจัดหาวัคซีนจาก บริษัท AstraZeneca (ประเทศไทย) จำนวนร้อยละ 20 (26 ล้านโด๊ส) ซึ่งได้ลงนามเซ็นสัญญาจัดซื้อเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะได้รับวัคซีนภายในเดือนมิถุนายน 2564 อยู่ระหว่างเจรจาจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจาก AstraZeneca อีก 37 ล้านโด๊ส ซึ่งปริมาณวัคซีนทั้งสิ้น 65 ล้านโด๊สนี้ จะครอบกลุมการให้บริการประชาชนทั้งสิ้น 50% ในปี 2564
-การจัดหาวัคซีนจาก Sinovac จำนวน 2 ล้านโด๊ส คาดว่าจะได้รับวัคซีนในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2564
-การจัดหาวัคซีนจำนวนที่เหลือผ่าน COVAX Facility และทวิภาคีอื่น ๆ อีก 30% นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาและต่อรองสำหรับจัดซื้อในปี 25656
6.แผนการตรวจรับวัคซีนโควิด 19 ในปี 2564

7.การกระจายวัคซีนเพื่อให้บริการแก่ประชาชน
-กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การเภสัชกรรมให้เป็นผู้กระจายวัคซีนโควิด 19 ทุกชนิด ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ
-องค์การเภสัชกรรมกระจายวัคซีนไปยังสถานพยาบาลภาครัฐ ระดับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปโรงพยาบาลชุมชน รวมถึงโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบล จำนวน ประมาณ 11,000 แห่งทั่วประเทศ
-เมื่อมีวัคซีนมาในระยะแรก 2,000,000 โด๊ส จะกระจายวัคซีนไปยังสถานพยาบาลในพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อฉีดแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชากรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุขในการตอบโต้ต่อการระบาด และจะกระจายวัคซีนจำนวนหนึ่งไปยังพื้นที่อื่นๆที่มีการระบาด เพื่อให้แก่ประชากรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต และรักษาระบบสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีการระบาด
-แผนการใช้วัคซีน ระหว่างกุมภาพันธ์-ธันวาคม 2564

หมายเหตุ : สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่
-แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการโควิด 19 เจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อผู้ป่วยโควิด-19 เช่น เวรเปล เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดหอพักผู้ป่วย (เจ้าหน้าที่แผนกซักฟอกในโรงพยาบาลที่ต้องสัมผัส เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในสถานที่กักกัน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน )
-เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมโรคชายแดน เป็นต้น
ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ประสิทธิภาพของวัคซีน และจำนวนวัคซีนที่จัดหาได้