แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ระบุคะแนนนิยมสูสีแต่กระแสดีเกินคาด ชี้ยังมีเวลาเร่งสื่อสารนโยบายลึกลงพื้นที่ มั่นใจดึงคะแนนกลับลำพูน–เชียงใหม่ ด้าน ‘สุริยะ’ เสริมแผนคมนาคม แก้รถติด–ขยายสนามบิน รองรับเศรษฐกิจและท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ตนมีคะแนนนิยมความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับหนึ่ง ว่า จากการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ คะแนนยังมีความใกล้เคียงกัน แต่สิ่งสำคัญคือสะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเดินมาถูกทาง
นายยศชนันกล่าวว่า พรรคมุ่งดำเนินนโยบายในฐานะผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงทุกฝ่าย พร้อมเดินหน้าสื่อสารนโยบายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และลงรายละเอียดเชิงลึกมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเห็นชัดว่านโยบายของพรรคเป็นสิ่งที่ประเทศสามารถฝากความหวังไว้ได้ โดยยังมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือนในการเร่งทำงาน และยอมรับว่ากระแสตอบรับในช่วงนี้ดีขึ้นเกินกว่าที่คาดหมายไว้
“การลงพื้นที่ของเรายังเพิ่งเริ่มต้น ผมเชื่อว่าหากสามารถสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น ประชาชนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย” นายยศชนันกล่าว
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการดึงคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยกลับคืนมาในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่สีแดง นายยศชนันระบุว่า จากการลงพื้นที่ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น และพยายามสื่อสารในฐานะคนเหนือด้วยกันว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในพื้นที่นี้มาอย่างต่อเนื่อง แม้ สส.บางส่วนจะหายไปในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หายไปจากพื้นที่อย่างแท้จริง
“บรรยากาศการลงพื้นที่ค่อนข้างครึกครื้น พี่น้องประชาชนให้การต้อนรับอย่างดี หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เห็นถึงความตั้งใจของพรรค และเชื่อว่าเรามีโอกาสทวงคืนทั้งลำพูนและเชียงใหม่กลับมาได้อีกครั้ง แต่ก็ประมาทไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสานต่อความเข้าใจในนโยบาย และยังมีนโยบายใหม่ที่พร้อมจะเปิดตัวในช่วงท้าย” นายยศชนันกล่าว
สำหรับคำถามว่านโยบายของพรรคจะสามารถซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า นโยบายสามารถตอบโจทย์ได้เป็นกลุ่ม ๆ โดยจากการลงพื้นที่พบว่ายังมีประชาชนบางกลุ่มที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการทำงาน จึงต้องเร่งทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการศึกษาและเตรียมโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ อาทิ ทางแยกต่างระดับแยกสันกลาง ถนนวงแหวนตัดกับทางหลวงหมายเลข 317 ไปยังอำเภอสันกำแพง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
นายสุริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเชียงใหม่มีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกันสนามบินเชียงใหม่ ซึ่งในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งได้ให้นโยบายปรับปรุงไว้ ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความสวยงามและความสะดวกสบาย รวมถึงแผนการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและลดผลกระทบด้านเสียง เนื่องจากสนามบินเดิมตั้งอยู่ใจกลางเมือง
เมื่อถูกถามถึงความยากของโครงการต่าง ๆ ว่าหากคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารจะสามารถทำได้หรือไม่ นายสุริยะหัวเราะก่อนกล่าวสั้น ๆ ว่า “พูดไปแค่นั้น ก็สะเทือนพอสมควรแล้ว”



















