พรรครักชาติถือฤกษ์ดีบวงสรวงใหญ่ “ชัยวุฒิ-เจษฎ์” ร่วมกรวดน้ำคว่ำขันขจัดสิ่งชั่วร้าย ลั่นเป็น “ตัวตึงหลังตรง” ปกป้องรัฐธรรมนูญปราบโกง อัดยับพรรคคู่แข่งทั้งพวกล้มล้าง-พวกขายชาติ-พวกทุนเทากัมพูชา มั่นใจเป็น “น้ำดี” เข้าไปไล่ “น้ำเสีย” ในสภาฯ
เมื่อเวลา 07.19 น. วันที่ 7 ก.พ.69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นำทีมพรรครักชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบพิธีบวงสรวงศาลพระพิฆเนศ ณ ที่ทำการพรรครักชาติ เพื่อขอพรให้การดำเนินงานทางการเมืองประสบความสำเร็จ และขจัดอุปสรรคต่าง ๆ
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายหลังเสร็จสิ้นพิธีการ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คนของพรรครักชาติ ได้ร่วมกัน กรวดน้ำคว่ำขัน เพื่อแสดงเจตจำนงแน่วแน่ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศ และขจัดกลุ่มคนที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง
จากนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวถึงทิศทางการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้ง โดยระบุว่า คนรุ่นใหม่ของพรรครักชาติ ต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมือง ไม่ได้ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องการร่วมกันทำให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง ปลอดภัย และทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขโดยไม่แตกแยก
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองหนึ่งประกาศอุดมการณ์แน่วแน่และชัดเจน โดยแม้แต่บนเสื้อยังเขียนถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส และกล่าวหาว่ามีแนวคิดล้มล้างการปกครอง พร้อมตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองลักษณะดังกล่าวจะสามารถเปลี่ยนประเทศให้เดินหน้าได้อย่างไร
นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงพรรคการเมืองที่ประกาศต่อสู้การทุจริตและทุนสีเทา แต่กลับเลือกตรวจสอบเฉพาะฝ่ายตรงข้าม โดยไม่แตะบุคคลหรือเครือข่ายที่ถูกมองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน จึงสะท้อนว่าไม่ได้มองปัญหาทุจริตอย่างรอบด้าน และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายและความแตกแยกของประเทศในที่สุด
นายชัยวุฒิ กล่าวตอนหนึ่งว่า
“อาเจ็ก ซื้อเครื่องบินด้วยเงินทุนเทาจากกัมพูชาไม่เคยพูดถึง นายใหญ่ นายน้อยก็เกี่ยวข้องกับทุนเทาไม่เคยพูดถึง เพราะอะไร เพราะเป็นพวกเดียวกัน แล้วมันจะแก้ปัญหาเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นได้ยังไง คุณยังไม่เห็นปัญหาที่แท้จริงของการทุจริต สุดท้ายคนเหล่านี้ก็จะมารวมกัน ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ประเทศแตกแยกอย่างแน่นอน”
พร้อมกันนี้ นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงอีกพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาลว่า มีประวัติการทุจริตคอร์รัปชัน โดยกล่าวว่า “นายใหญ่” ยังมีความเกี่ยวข้องกับพรรคดังกล่าวในทุกจุด อีกทั้งตั้งข้อกล่าวหาว่า ที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงปัญหาโกง แต่ยังทำให้เกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เคยขอโทษประชาชน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดน
นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า
“ถามว่าวันนี้ ‘นายใหญ่’ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคนี้จริงๆ หรือไม่ เขาเกี่ยวข้องกับพรรคในทุกๆ จุด ทุกๆ คนคือคนของเขา ไม่เกี่ยวข้องตรงไหน เอาปากกามาวงได้เลย ไม่มี”
หัวหน้าพรรครักชาติ ยังกล่าวถึงพรรคสีฟ้าที่ประกาศทวงคืนคะแนนเสียงจากภาคใต้ โดยตั้งคำถามว่าประชาชนภาคใต้เห็นด้วยหรือไม่ พร้อมชี้ว่า ที่ผ่านมาเคยต่อสู้กับระบอบทักษิณมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันกลับไม่พูดถึงประเด็นดังกล่าว อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่า หากพรรคการเมือง “ส้ม แด ฟ้า” จับมือกันและขับเคลื่อนการแก้รัฐธรรมนูญ จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ยากและอาจเกิดวิกฤตในอนาคต
ขณะเดียวกัน นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงพรรคสีน้ำเงินว่าเป็นพรรคประโยชน์นิยม พร้อมเรียกร้องให้แสดงจุดยืนให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดปัญหาหลายเรื่องจนประชาชนไม่ไว้วางใจ อีกทั้งวิจารณ์กรณีที่พยายามดึงคะแนนเสียงจากฐานเดิมของ “ลุงตู่” แต่กลับสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปราบโกง
“วันนี้คุณพยายามจะดึงคะแนนของ ‘ลุงตู่’ แต่คุณกลับไปพูดว่า เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปราบโกงของลุงตู่ ใครก็รับไม่ได้ครับ มันไม่มีอุดมการณ์ที่มีความชัดเจน” นายชัยวุฒิ กล่าว
ท้ายที่สุด นายชัยวุฒิ ยืนยันจุดยืนของพรรครักชาติว่าเป็นพรรคที่ “ตัวตึงหลังตรง” ตรงไปตรงมา ไม่เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และย้ำว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกงต้องคงอยู่” พร้อมประกาศแนวทางทำการเมืองที่ยึดความถูกต้อง “ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง” เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่และผู้มีอุดมการณ์เข้ามาทำงานการเมือง
นายชัยวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนประชาชนร่วมกันสร้างพลังการเปลี่ยนแปลง ให้การเมืองมี “น้ำดี” เข้าไปแทน “น้ำเสีย” และร่วมกันเปลี่ยนประเทศให้มั่นคงเข้มแข็ง เพื่อคนไทยทุกคน
“มาช่วยกันรักชาติ เพราะรักชาติไม่ใช่แค่เพียงคำพูด เรามาสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน ให้การเมืองดี ให้มี ‘น้ำดี’ เข้ามาไล่ ‘น้ำเสีย’ ในการเมือง และผมเชื่อว่าพวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองนี้ให้ดีขึ้นได้ครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว




















