วันอาทิตย์, เมษายน 6, 2025
หน้าแรกHighlight‘ตร.ไซเบอร์’ขออภัยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแจง260คนจากเมียวดีส่วนใหญ่เป็นเหยื่อ
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘ตร.ไซเบอร์’ขออภัยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแจง260คนจากเมียวดีส่วนใหญ่เป็นเหยื่อ

ตร.ไซเบอร์ แจง เมียนมา ส่ง 260 คน 20 ชาติเข้าไทย ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกหลอกทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ ‘เมียวดี’ มีสมัครใจไปทำงานแค่ 2-3 คน

วันที่ 17 ก.พ.68 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บํารุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 เปิดเผยถึงกรณีเหยื่อถูกหลอกทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา จำนวน 260 คน กลับเข้าประเทศไทย ว่า จากที่มีการผลักดันชาวต่างชาติที่ทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา จำนวน 260 คน กลับเข้าในประเทศไทย ได้มีการสั่งการให้ตำรวจไซเบอร์ 50 นาย ไปปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ด่านหน้า เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และจัดเก็บข้อมูลโทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ของทั้ง 260 คนดังกล่าว

หลังจากผ่านกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM อย่างละเอียดแล้ว พบข้อมูลบ่งชี้ว่า มีผู้ถูกหลอกลวงไปทำงานที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์จำนวนมาก แต่สมัครใจไปทำงานมีเพียง 2-3 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากเดิมที่เคยแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าในจำนวนดังกล่าวมีเหยื่อที่ถูกหลอกลวงเพียง 1 คน เนื่องจากว่าข้อมูลที่ได้รับรายงานในครั้งแรก กับข้อมูลที่เก็บจากโทรศัพท์มือถือ มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทางตำรวจไซเบอร์จึงขออภัยในความผิดพลาดครั้งนี้

ส่วนพยานหลักฐานที่จัดเก็บได้มีข้อมูลเลขรหัสประจำเครื่อง (IMEI) จำนวน 107 หมายเลข และข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในโทรศัพท์ของผู้ที่ข้ามแดนกลับมาจำนวน 35 เครื่อง ซึ่งส่วนนี้จะนำไปตรวจพิสูจน์และวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหารูปแบบของการหลอกลวง และหาพยานหลักฐานว่าจะดำเนินคดีในความผิดอื่นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้เพิ่มเติมได้หรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ ไม่ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะก่ออาชญากรรมกับประชาชนประเทศใดก็ตาม หรือผู้ที่ไปทำงานที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวจะสมัครใจไป หรือจะไม่มีผู้เสียหายเป็นคนไทยก็ตาม ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ก็จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหานี้ ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษหนัก

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ในส่วนการดำเนินการการคัดกรอง NRM จะมีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจภูธรจังหวัดตาก เข้าไปร่วมคัดกรอง ส่วนตำรวจไซเบอร์มีหน้าที่ไปรวบรวมข้อมูลมาขยายผลเพิ่มเติมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทั้งนี้สำหรับ 260 คน ตามกฎหมายคนเข้าเมือง หากพบว่าเป็นเหยื่อ จะถูกยกเว้นในการดำเนินคดีในบางข้อหา ส่วนผู้ที่สมัครใจก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย

ส่วนที่ตั้งข้อสงสัยว่า มีกลุ่มคนไทยเข้าไปช่วยเหลือขบวนการดังกล่าวหรือไม่นั้น จะต้องทำการพิสูจน์และรวบรวมข้อมูลก่อน หากพบว่ามีการนำพาหรือมีการช่วยเหลือ แล้วพบว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำผิดในรัฐไทย ก็จะเข้าองค์ประกอบอาชญากรรมข้ามชาติ

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img