“สุรพงษ์” เผยยอดผลิตรถยนต์เดือนม.ค.แตะ 107,103 คัน ลดลง 24.63% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่งออกอยู่ที่ 62,321 คัน ลดลง 28.13% ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการตอบโต้มากน้อยเพียงใด
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ทั้งหมดเดือนม.ค. 2568 ทั้งสิ้น 107,103 คัน ลดลงจากเดือนม.ค. 2567 ที่ 24.63% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 75,044 คัน เท่ากับ 70.07% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 21.10% หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนอยู่ที่ 32,059 คัน เท่ากับ 29.93% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 31.78% หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนม.ค. 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,092 คัน ลดลงจากเดือนม.ค. 2567 ที่ 12.26% เพราะสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศปี 2567 ขยายตัวในอัตราต่ำที่ 2.5% ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลงโดยเฉพาะผลผลิตยานยนต์ที่มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากลดลง แรงงานจำนวนมากมีรายได้ลดลง ทำให้ใช้จ่ายลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราต่ำ
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนม.ค. 2568 ส่งออกได้ 62,321 คัน ลดลงจากเดือนม.ค. 2567 ที่ 28.13% ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการตอบโต้มากน้อยเพียงใด
รวมทั้งการส่งออกของรถยนต์ไฟฟ้าจีนราคาถูกมาแข่งขันมากขึ้นในประเทศคู่ค้า และรถยนต์ส่งออกบางรุ่นกำลังจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ และจากเดือนธ.ค. มีวันหยุดมาก บางบริษัทเปิดทำการช้าในเดือนม.ค. จึงผลิตได้น้อย ทำให้เดือนมกราคมมีรถส่งออกได้น้อยตลาดออสเตรเลียตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยเดือนม.ค. 2568 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 68,069.18 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่ 20.63%
ด้านยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนม.ค. 2568 จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,711 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.ปีที่แล้ว 7.73% ส่วนยอดจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 ม.ค. 2568 จดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 242,076 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 63.85%
ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ทีลดลงจาก เพราะสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศปี 2567 ขยายตัวในอัตราต่ำที่ 2.5% ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลงโดยเฉพาะผลผลิตยานยนต์ที่มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากลดลง แรงงานจำนวนมากมีรายได้ลดลง ทำให้ใช้จ่ายลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราต่ำ
อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือค้ำประกันการปล่อยสินเชื่อซื้อรถกระบะให้เร็วขึ้นจากสี่เดือนเป็นสองเดือนเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตมากขึ้น จ้างงานมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราสูงขึ้นซึ่งจะสร้างบรรยากาศการลงทุนให้เร็วขึ้นตามความประสงค์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี