วันพฤหัสบดี, เมษายน 3, 2025
หน้าแรกHighlight“น้องสาว-แฟนสาว”แฉยิบ“อดีตผกก.โจ้” ถูก“ผู้คุมคุก”กลั่นแกล้ง-ทำร้ายร่างกาย!!
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“น้องสาว-แฟนสาว”แฉยิบ“อดีตผกก.โจ้” ถูก“ผู้คุมคุก”กลั่นแกล้ง-ทำร้ายร่างกาย!!

น้องสาว-แฟนสาว แฉยิบ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ถูก ‘ผู้คุม’ กลั่นแกล้ง-ทำร้าย ปม ไม่พอใจนักโทษข้างห้องสูบบุหรี่ ก่อนถูก ‘ขังเดี่ยว’ อ้างไม่เชื่อฟัง-กระด้างกระเดื่อง ถูกเรียกไปต่อว่ารุนแรงหยาบคาย-ขู่ทำร้ายร่างกาย จน ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ให้ทนายความไปแจ้งความ

วันที่ 8 มี.ค.68 หลังจากที่นำร่างของนายนิธิสรรค์ อุทธนผล หรือ “อดีตผู้กำกับโจ้” อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม ทางครอบครัวได้นำร่างมา ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จ.ปทุมธานี เพื่อชันสูตรพลิกศพโดยละเอียด หาสาเหตุการเสียชีวิต

ในขณะที่ครอบครัวนั่งรออยู่ที่บริเวณด้านหน้า แม่ของ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ได้เข้าไปดำเนินการในเรื่องเอกสารการชันสูตรพลิกศพ ขณะเดียวกัน ทีมข่าวก็สังเกตุเห็นน้องสาวของ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ที่นั่งรออยู่บริเวณด้านหน้า ร่ำไห้อยู่เป็นระยะระหว่างที่พูดคุยกันในครอบครัว

ต่อมา น.ส.ธนัญญา อุทธนผล น้องสาวของอดีตผู้กำกับโจ้ อายุ 34 ปี และ นางสาวทราย แฟนสาวของอดีตผู้กำกับโจ้ เปิดเผยว่า ผู้กำกับโจ้ ถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จากผู้คุมคนหนึ่ง โดยเล่าว่า วันที่ 8 มกราคม 68 ผู้กำกับโจ้ถูกผู้คุมต่อยท้อง 2 ครั้ง สาเหตุมาจากผู้กำกับโจ้ไม่พอใจ เนื่องจากนักโทษข้างห้องสูบบุหรี่ ผู้กำกับโจ้เหม็น จึงไปบอกกับผู้คุม แต่ผู้คุมกลับไม่พอใจในเรื่องนี้ เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับนักโทษของเขา

ต่อมาวันที่ 10 มกราคม ญาติได้เข้าเยี่ยม ผู้กำกับโจ้เล่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 มกราคมให้ครอบครัวฟัง แต่ผู้กำกับโจ้ก็บอกว่า ไม่ได้ถือสาอะไรมาก แต่หลังจากที่ญาติเข้ามาเยี่ยม ระหว่างนั้นผู้คุมที่ทำร้ายผู้กำกับโจ้ ได้มีการทำเอกสาร และขอให้สั่งให้ผู้กำกับโจ้ ถูกคุมขังแยกหรือขังเดี่ยว โดยผู้คุมอ้างว่า ผู้กำกับโจ้มีพฤติกรรมที่ไม่เชื่อฟัง กระด้างกระเดื่อง

จนเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม ทนายความได้เข้าไปเยี่ยม ผู้กำกับโจ้ จึงบอกกับทนายความว่า ตัวเองถูกขังเดี่ยว และมีการเรียกไปต่อว่าพูดจารุนแรงหยาบคาย มีการขู่ทำร้ายร่างกาย

จากนั้น ผู้กำกับโจ้ ได้มอบอำนาจให้ทนายความไปแจ้งความ หลังแจ้งความ ทางตำวจยังไม่ได้มีการสอบปากคำ เพราะทางราชทัณฑ์ไม่อนุญาตให้ตำรวจเข้าไปสอบปากคำผู้กำกับโจ้ ทั้งที่มีผลการตรวจร่างกาย ซึ่งในทางกลับกัน ถ้าเป็นนักโทษคนอื่น ตำรวจสามารถเข้าไปสอบปากคำได้ตามปกติ จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรม

เรื่องนี้ตนเองก็ได้ร้องเรียนไปที่ผู้บัญชาการเรือนจำท่านเดิม โดยส่งเอกสารไป 4 ครั้ง เป็นผู้บัญชาการท่านเดิม 2 ครั้ง และผู้บัญชาการท่านใหม่ 2 ครั้ง ได้ไปตามเอกสารที่ห้องธุรการ มีการลงเลขรับ แต่เอกสารหาย จึงส่งไปที่ผู้บัญชาการท่านใหม่ จากนั้นก็มียื่นคำร้องไปที่เรือนจำกลางคลองเปรม ,กรมราชทัณฑ์ ,ปปช. ,คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และอัยการสูงสุด

ในทุกครั้งที่ญาติเข้าไปเยี่ยม สภาพร่างกายของ ผู้กำกับโจ้นั้นทรุดโทรม เพราะการถูกขังในห้องขังเดี่ยว ทำให้ผู้กำกับโจ้ไม่ได้รับสารอาหารตามโภชนาการที่ถูกต้อง และผู้กำกับโจ้ ทานเผ็ดไม่ได้ จึงมีการร้องขอนมกับขนมปัง แต่กลับไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวาน(7 มีนาคม) ก่อนเกิดเหตุ มีเพื่อนที่เป็นตำรวจเข้าไปเยี่ยมพร้อมกับแฟนของผู้กำกับโจ้ เขาเล่าให้ฟังว่า ผู้กำกับโจ้ยังพูดถึงเรื่องอนาคตอยู่เลยว่า ถ้าออกไปจะมาทำอะไร ทำธุรกิจอะไรดี นั่งนับวันว่าอีกกี่ปีจะได้ออก แล้วก็ยังพูดอยู่เลยว่าอาทิตย์หน้าเจอกัน และทิ้งท้ายไว้ว่า “เขาจะสู้”

ตอนนี้ตนติดใจ เพราะไปสืบรู้มาว่า มีนักโทษที่โดนกลั่นแกล้งแบบนี้เหมือนกัน และเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเยอะมาก เบื้องต้น 5 คนแล้ว

รวมทั้งติดใจตรงที่ ไม่มีใครพยายามช่วยผู้กำกับโจ้ หรือพาเขาไปที่โรงพยาบาล โดยเมื่อคืนมีสายจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ โทรมาหาตนเวลาประมาณ 5 ทุ่ม-เที่ยงคืน ว่า เกิดเหตุขึ้น และขอแสดงความเสียใจ ตนจึงถามว่า ผู้กำกับโจ้อยู่ที่ไหน เจ้าหน้าที่บอกว่าอยู่ที่โรงพยาบาล อยู่กับหมอ แต่ไม่สามารถให้ไปดูได้ เนื่องจากเป็นกฎ ให้รอมาตอนเช้า

หลังจากได้รับแจ้ง วันนี้ก็เดินทางเข้ามาที่เรือนจำกลางคลองเปรม ประมาณเที่ยง แต่ยังพบว่า ผู้กำกับโจ้ยังคงอยู่ในสภาพเดิม อยู่ที่เดิม ไม่มีการเข้าไปช่วยเหลือ จากการสังเกต ก็เห็นว่าที่ข้อมือมีรอยบางอย่างอยู่ เป็นรอยแดงกลมๆ และมีเลือดที่พื้นจำนวนหนึ่ง โดยไม่ทราบว่ารอยแดงและเลือดเกิดจากอะไร และในห้องมีผ้าเช็ดตัว ลักษณะเป็นผ้าขนหนูอีก 1 ผืน จึงอยากได้ความจริงถึงการเสียชีวิต

และพอไปดูกล้องวงจรปิด พบว่า ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ไม่มีการพาออกจากห้องขัง ซึ่งมันขัดจากที่เขาพูด เพราะผู้กำกับโจ้เสียชีวิตตั้งแต่ 20.30 น. หรืออาจจะก่อนหน้านั้น

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ทางครอบครัวกังวลใจเรื่องความปลอดภัยหรือไม่ น้องสาวระบุว่า ไม่ได้กังวลใจ ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ส่วนในเรื่องของคดีจะกังวลใจหรือไม่ วันนี้ได้คุยกับพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้ว ก็ไม่ได้กังวลใจอะไร

นอกจากนี้ น้องสาวของผู้กำกับโจ้ ยังเปิดเผยอีกว่า ตอนที่มีการแจ้งความ มีผู้ใหญ่ในราชทัณฑ์ พยายามติดต่อเพื่อจะพูดคุยกับตนและแม่มาตลอด ในเรื่องของการถอนแจ้งความ มีครั้งหนึ่งตนไปเยี่ยมผู้กำกับโจ้ ผู้ใหญ่ท่านนี้ก็ได้มาคุยว่า ขอให้ตนไปถอนแจ้งความเพื่อแลกกับการไม่ขังเดี่ยวผู้กำกับโจ้ แต่ตอนนั้นตนยังไม่ได้ตอบอะไร เพราะเข้าไปข้างในเพียงคนเดียว จึงบอกกับผู้ใหญ่ท่านนั้นไปว่า จะขอปรึกษากับแม่ก่อน ในส่วนนี้ตนไม่มีหลักฐานอะไร เพราะตอนเข้าไปข้างในมีการเก็บโทรศัพท์และกระเป๋า

ส่วนการชันสูตรพลิกศพต้องใช้เวลา 1-2 วัน จึงจะนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ ทางญาติได้ปรึกษากันแล้วว่าจะจัดงานศพ แต่จะยังไม่เผาจนกว่าคดีจะสิ้นสุด.





- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img