วันจันทร์, เมษายน 7, 2025
หน้าแรกHighlight‘นักวิชาการ’จ่อยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง นายกฯบิดเบือนปกปิดข้อมูลก.ม.กาสิโน
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘นักวิชาการ’จ่อยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง นายกฯบิดเบือนปกปิดข้อมูลก.ม.กาสิโน

“มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน”พร้อมตัวแทน 100 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่น “วันนอร์-เท่ง”ค้าน กม. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ขณะที่ “ดร.ชิดตะวัน” เตรียมยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง ขณะที่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ชี้รัฐบาลเร่งรีบดัน พ.ร.บ.สถานบันเทิงฯ หวั่นเอื้อกลุ่มทุน-แก้ปัญหาไม่ตรงจุด – หนุนใช้ประชามติรับฟังความเห็นประชาชน

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในฐานะตัวแทน 100 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการบรรจุเข้าสู่ระบบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 เม.ย.นี้

นายธนากร เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาล พยายามผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยอาการรีบร้อน เร่งรัดมากจนผิดสังเกต และตัดสินใจเดินหน้า กระทำสิ่งที่ฝืนกระแสคัดค้านของสังคม และอาจเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ ซึ่งเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กรมีความเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อสัตย์ อ้างส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และบังคับให้ต้องมีกาสิโน และร่างกฎหมาย ก็มีการเขียนข้อกำหนดไว้อย่างหละหลวม


นายธนากร กล่าวต่อว่า การผลักดันนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เนื่องจากไม่ได้มีการหาเสียงไว้กับประชาชน และยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้านเพียงพอ รวมถึงนโยบายการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีคาสิโนเป็นภาคบังคับนั้น ก็เป็นความเห็นแก่ได้ของรัฐบาล ที่คำนึงแต่เรื่องรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างอับจนปัญญาที่จะหาวิธีอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่มากพอ และนำอนาคตของสังคมไทยไปเสี่ยง ไร้มาตรการในการปกป้องสังคมที่วางใจได้ ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร จึงขอเรียกร้องต่อรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรค ให้ปฏิเสธการรับร่างพ.ร.บ.นี้เข้าสู่การพิจารณา และเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้าน ดำเนินการยับยั้งกฎหมายที่ไม่เป็นคุณต่อสังคม

“ขณะนี้ ภาคประชาชน กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ เพื่อให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในประเด็นนี้ หรือขอให้ฝ่ายค้าน ได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องนี้โดยช่วยเหลือภาคประชาชนท่านหนึ่ง”นายธนากร กล่าว


ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะตัวแทนนิสิต นักศึกษา และนักวิชาการส่วนหนึ่ง ที่คัดค้าน กล่าว่าการที่รัฐบาลเร่งรีบผลักดันเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอทเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนด้วยนั้น ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบอย่างรอบด้านเพียงพอ เพราะมีผลการศึกษาที่ผ่านมา การมีกาสิโนรีสอร์ท ในนิวเจอซีย์ สหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ธุรกิจอื่น ทั้งร้านค้าปลีกรายย่อยต้องปิดตัวลงอย่างมากมาแล้ว


รองศาสตราจารย์ ดร.ชิดตะวัน กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นได้ยื่นขอให้สมาชิกรัฐสภา ได้ตรวจสอบจริยธรรมข้าราชการทางการเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ว่า เข้าข่ายกระทำผิดประมวลจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ด้วย เพราะการที่นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง รวมถึงรมช.คลัง ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนขัดแย้งกันเอง ถึงวัตถุประสงค์ของเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง บิดเบือนข้อมูล หรือปกปิดข้อมูลข้อมูล เข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ข้อ 5 (5) บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อผลประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และข้อ 6 (5) ไม่เปิดเผยหรือให้ข้อมูลข่าวสารอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือน แก่ประชาชน


ขณะที่นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า การบรรจุระเบียบวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) ว่า เป็นการบรรจุวาระที่ผิดปกติ โดยอาศัยอำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎร สอดรับรัฐบาล ก็ได้มีการออกมาแถลงข่าวว่า จะเร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนปิดสมัยประชุม จึงสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า เหตุใดรัฐบาลจึงมีความเร่งรีบเช่นนี้ ทั้งที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ก็ออกมายอมรับว่า การศึกษาผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการยังไม่เสร็จสิ้น และประชาชนก็ยังกังวลว่าควรจะต้องมีการเปิดรับฟังความเห็นเสียงอย่างรอบด้าน ซึ่งตนเองก็มองว่า กระบวนการออกเสียงประชามติ ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการที่เปิดกว้าง และเป็นธรรม


ส่วนท่าทีของฝ่ายค้านจะดำเนินการจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจ หรือนโยบายภาครัฐในการเกื้อกลุ่มทุน หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า ข้ออ้างการแก้ปัญหาการพนันในประเทศโดยการนำธุรกิจสีเทา มาถูกโอบอุ้มโดยร่างกฎหมายฉบับนี้ อาจเป็นวิธีการที่ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด และรัฐบาล กำลังจะใช้นโยบายของรัฐ ในการเอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่


เมื่อถามว่าจะถึงขึ้นที่ฝ่ายค้านจะวอล์กเอ้าท์ออกจากการประชุม หรือจะขอนับองค์ประชุมเพื่อยับยั้งการพิจารณาร่างกฎหมายนี้หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการในสภาอาจจะต้องรอพิจารณาที่หน้างาน เพราะในขณะนี้ ยังมีการเจรจาระหว่างวิปอยู่เรื่อย ๆ ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ฝ่ายค้าน ไม่อยากเห็นกระบวนการที่เร่งรัดผิดปกติในสภา และอยากให้มีการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา


ส่วนที่ในวันที่3 เม.ย.จะมีมวลชนมากดดันที่หน้ารัฐสภา จะลุกลามบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหม่หรือไม่นั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า รัฐบาล ควรจะต้องรับฟังเสียงของประชาชนอย่างรอบด้าน แต่ตนเองก็อยากให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภามากกว่า นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงเงื่อนตามร่างกฎหมายฯ ที่กำหนดคนไทยที่จะเข้าใช้บริการกาสิโนจะต้องมีบัญชีเงินฝากประจำ 50 ล้านบาทว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ขณะนี้ ฝ่ายค้านกำลังศึกษาอยู่ ไม่ควรชี้นำ หรือพุ่งเป้าไปยังผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับสัมปทาน หรือผู้ที่จะเข้าใช้บริการ ดังนั้น ก็จะต้องศึกษาอย่างรอบด้าน

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img