‘ม.หอการค้าไทย’ คาด ทรัมป์ขึ้นภาษีซ้ำเติมแผ่นดินไหว ทุบเศรษฐกิจไทยสูญราว 3.7 แสนล้าน ฉุดจีดีพีเหลือโตแค่ 1%
วันที่ 3 เม.ย.68 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย จากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม 36% ว่า จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยปีนี้ลดลง และปัญหาดังกล่าวกระทบกับเศรษฐกิจประเทศอื่นทั่วโลก ที่โดนตั้งกำแพงภาษีเพิ่มขึ้นเช่นกัน ก็จะกระทบกับภาคการท่องเที่ยวของไทย ทำให้เป้าหมายที่จะดึงต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ให้ได้ 38 ถึง 39 คน ดูจะเป็นไปได้ยาก
เบื้องต้นประเมินว่า จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยกว่า 350,000 ล้านบาท บวกกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่กระทบเศรษฐกิจเสียหายเกือบ 16,000 ล้านบาท ทำให้เกิดผลต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมราว 370,000 ล้านบาท ฉุดให้จีดีพีไทยปีนี้ลดลงราว 2 % ส่งผลให้จีดีพีไทยทั้งปีนี้ อาจขยายตัวปรับลดลงเหลือ 1% ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 3%
โดยจะส่งผลกระทบต่อ 4 กลุ่มสินค้า คือ เหล็ก, ผลิตภัณฑ์เหล็ก, อะลูมิเนียม, รถยนต์ อุปกรณ์-ส่วนประกอบ ซึ่งอัตราภาษีที่ประกาศใช้อยู่ที่ 25% โดยสินค้าทั้ง 4 กลุ่ม ประเมินมูลค่าการส่งออกในปี 68 รวมกันที่ราว 4,727 ล้านดอลลาร์ฯ แต่หากได้รับผลกระทบจากกรณีทรัมป์ 2.0 อาจจะทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงเหลือราว 4,077 ล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็นมูลค่าของผลกระทบราว 650 ล้านดอลลาร์ (21,900 ล้านบาท)
ผลกระทบทางอ้อม คือการทะลักของสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดสินค้าไทย จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เครื่องจักรกล, เฟอร์นิเจอร์, สินค้าเบ็ดเตล็ด, อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ เป็นต้น เนื่องจากจีนจำเป็นต้องหาตลาดส่งออกใหม่ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายนี้
สำหรับข้อเสนอในการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉิน มองว่ายังไม่จำเป็น เพราะเร็วเกินไป ให้รอดูการเจรจาว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน การลดดอกเบี้ยอาจทำได้มากและเร็วกว่าเดิม ถ้ามันถึงคราวจำเป็น จึงควรเก็บกระสุน เมื่อเจอภาวะสงครามการค้าที่รุนแรงกว่านี้