ประธานคณะทำงานกฎหมายภูมิใจไทย เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวน กกต. หลังยื่นร้องเรียนช่วงเลือกตั้ง 15 เรื่อง อ้างเข้าข่าย พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 73 ด้าน “บัตรเลือกตั้ง-บาร์โค้ด” มองเป็นเรื่องปกติ มีมาตั้งแต่ครั้งก่อน เปรียบเหมือนลอตเตอรี่ไว้กันปลอม ย้ำไม่กังวลถึงขั้นโมฆะ เชื่อทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพบคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนของ กกต. เพื่อให้ถ้อยคำประกอบการพิจารณากรณีที่ในช่วงการเลือกตั้งมีการยื่นเรื่องร้องเรียนให้ดำเนินคดีกับบุคคล พรรคการเมือง และสื่อมวลชน ที่อาจมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
นายศุภชัย ระบุว่า พรรคได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไว้จำนวน 15 เรื่อง เกี่ยวกับการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 73 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหาเสียงในลักษณะใส่ร้าย ใส่ความ หรือกล่าวอ้างอันเป็นเท็จ โดยยังไม่ขอเปิดเผยว่ามีการร้องเรียนพรรคใดบ้าง พร้อมระบุว่า หากไม่มีผู้มาให้ถ้อยคำหรือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เรื่องอาจค้างอยู่ที่ กกต.
นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีที่การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส่วนตัวมองว่าควรเข้าใจ กกต. เนื่องจากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นอาสาสมัครจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กกต. พร้อมมองว่าภาพรวมของการเลือกตั้งไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยกระบวนการนับคะแนนยังเปิดช่องให้มีการยื่นคัดค้านหรือทักท้วง หากพบความผิดปกติหรือการทุจริต ตั้งแต่ช่วงการนับคะแนน
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง นายศุภชัย กล่าวว่า กกต. ควรชี้แจงให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป โซเชียลมีเดียมีความรวดเร็วและกระจายข้อมูลกว้าง จึงเห็นว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายมากกว่า
ส่วนกรณีบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง นายศุภชัย ระบุว่า เห็นว่ามีการใช้มาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแล้ว และ กกต. มีกระบวนการตรวจสอบเพื่อสืบย้อนกลับได้ว่า บัตรถูกเบิกไปอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นระบบที่มีมาตั้งแต่เดิม โดยเปรียบเทียบว่า คล้ายกับล็อตเตอรี่ที่มีไว้เพื่อตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือของปลอม จึงมองว่าเป็นเรื่องปกติ และมีไว้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงมากกว่า
นายศุภชัย กล่าวถึงประเด็นชั้นความลับของการลงคะแนนว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีทางตรวจสอบได้อยู่แล้ว และควรให้ความสำคัญว่าในขณะกาบัตรนั้นเป็นความลับหรือไม่ พร้อมย้ำว่า แม้แต่บัตรที่ตนลงคะแนนแล้วไปอยู่ที่ใดก็ไม่ทราบ และไม่ได้มีความกังวลในส่วนนี้
ขณะเดียวกัน กรณีที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ตรวจสอบนั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าไม่กังวลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะถึงขั้นเป็นโมฆะ เพราะทุกอย่างดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายก็จะเกิดความวุ่นวาย




















