นายกฯ ตรวจเยี่ยม ปปง. ติดตามความคืบหน้าคดีดัง “เบน สมิธ” ยันการไม่กลับไทยของจำเลยไม่กระทบการยึดทรัพย์ ชี้เป็นไปตามกระบวนการศาลแพ่ง พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เดินหน้าปราบปรามสแกมเมอร์และขบวนการทุนเทาอย่างเป็นรูปธรรม ด้านเลขาฯ ปปง. อุบตอบปมยึดทรัพย์นักการเมืองเพิ่ม
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเลขาธิการ ปปง. รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบธุรกรรม ว่าจะมีการตรวจสอบธุรกรรมนักการเมืองเพิ่มเติมหรือไม่ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับนายเบน สมิธ โดยระบุสั้น ๆ ว่า “ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายเบน สมิธ แถลงข่าวว่านายเบน สมิธ จะไม่เดินทางกลับประเทศไทย จำเป็นต้องประสานตำรวจสากลเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ
ด้านนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การที่นายเบน สมิธ ไม่เดินทางกลับประเทศไทย จะไม่ส่งผลต่อกระบวนการยึดทรัพย์ เนื่องจาก ปปง. ดำเนินการตามมาตรฐานอยู่แล้ว โดยการดำเนินคดีอยู่ในกระบวนการของศาลแพ่ง ผ่านสำนักงานอัยการ ซึ่งเป็นสิทธิของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาที่จะโต้แย้งตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าจะมีการยึดทรัพย์นายเบน สมิธ เพิ่มเติมหรือไม่ นายเทพสุ กล่าวเพียงว่า “ขออนุญาตไม่ตอบ”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับแนวทางการดำเนินคดีเกี่ยวกับการปราบปรามสแกมเมอร์และทุนเทาอย่างไรบ้าง นายเทพสุ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้กำลังใจและสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน โดยเห็นผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ทั้งการปราบปรามสแกมเมอร์ ยาเสพติด และคดีมูลฐานต่าง ๆ
เมื่อถามเพิ่มเติมว่า ปปง. จะมีการยึดทรัพย์นักการเมืองรายอื่นที่ไม่ได้เป็นข่าวหรือไม่ นายเทพสุ กล่าวเพียงว่า “ขอไม่ตอบ” ก่อนยุติการให้สัมภาษณ์.




















