นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกหน่วยงานด้านพลังงานและความมั่นคง เร่งประเมินผลกระทบสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง หลังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการด้านพลังงาน เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การประชุมครั้งนี้มี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายกรัฐมนตรีกล่าวก่อนการประชุมว่า ต้องขออภัยที่มีการเชิญประชุมอย่างเร่งด่วนอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งขณะนี้มีรายงานการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก อาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันของประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ปริมาณน้ำมันที่ใช้ในประเทศยังไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตามจากข้อมูลล่าสุดพบว่า ปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยอาจเริ่มทยอยลดลง เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์
ทั้งนี้ ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันประมาณครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น นายกรัฐมนตรีจึงขอให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินแหล่งนำเข้าอื่นเพิ่มเติม เพื่อเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรงมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในฐานะที่รัฐมนตรีด้านพลังงานและผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการค้าน้ำมัน จะต้องร่วมกันพิจารณาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน



















