“ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” นำทีม สส. บัญชีรายชื่อเพื่อไทย นั่งรถบัส EV รายงานตัวคึกคัก ปฏิเสธข่าวลือโควตารัฐมนตรี 8 ที่นั่ง ชี้รายชื่อโผ ครม. ที่หลุดเป็นเพียงการคาดการณ์ วอนรอความชัดเจนจากนายกฯ และมติพรรค
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27
ทั้งนี้ คณะ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยได้นัดหมายรวมตัวกันที่ทำการพรรค ก่อนขึ้นรถบัสไฟฟ้า (EV) เดินทางมารายงานตัวพร้อมกัน
ต่อมาเวลา 12.30 น. นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการมารายงานตัวว่า วันนี้ถือเป็นวันที่สำคัญและพิเศษ โดยพรรคได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า เนื่องจากเป็นการรายงานตัวของ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งทุกคนเดินทางมาพร้อมกันจากที่ทำการพรรค และพร้อมเริ่มต้นทำงานในสภา
เมื่อถามถึงการพูดคุยเรื่องสัดส่วนโควตารัฐมนตรีกับพรรคแกนนำ นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม และต้องรอการหารือจากพรรคแกนนำก่อน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ตามกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะได้โควตารัฐมนตรี 8 ตำแหน่งนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า หลังจากที่ได้ไปพบพรรคแกนนำก่อนหน้านี้ ขณะนี้ยังต้องรอให้กระบวนการต่าง ๆ เสร็จสิ้นก่อน
เมื่อถามถึงรายชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน กล่าวว่า ภายในพรรคมีการพูดคุยกันตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อมว่า ใครมีความเชี่ยวชาญด้านใด แต่สำหรับรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีก่อน
เมื่อถามว่า รายชื่อรัฐมนตรีที่ปรากฏในกระแสข่าวมีความถูกต้องหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รายชื่อดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน พรรคยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ และยังไม่ได้มีการหารือกับพรรคแกนนำในเรื่องตำแหน่งต่าง ๆ จึงขอให้รอความชัดเจนก่อน
นายจุลพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ยังไม่มีการหารือภายในพรรคอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาและมีมติ ก่อนเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ถือเป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โดยหลักการสมาชิกสภาจากทุกพรรคสามารถเสนอชื่อได้ แต่ตามธรรมเนียมทางการเมืองมักมีการพูดคุยกันในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลก่อน
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามขนาดพรรคที่ปรากฏในข่าว พรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคการเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ดังนั้นตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 จึงเป็นตำแหน่งที่พรรคมีความเหมาะสมจะเสนอชื่อเข้าไปทำหน้าที่ แต่บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งยังต้องมีการหารือภายในพรรคอีกครั้ง



















