ร.อ.ธรรมนัส ระบุพรรคกล้าธรรมยังไม่ได้หารือทิศทางโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมประชุมกำหนดมติพรรค 15 มี.ค. ย้ำการเมืองต้องทำงานได้ทุกบทบาท แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ ส.ส.เพื่อประชาชน พร้อมย้ำไม่ใช่ “ฝ่ายค้านฝ่ายแค้น” หากเรื่องใดเป็นประโยชน์ก็พร้อมสนับสนุน
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ โดยจะต้องหารือเพื่อกำหนดเป็นมติพรรค ซึ่งมีกำหนดประชุมในช่วงเช้าวันที่ 15 มี.ค.นี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน
เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้พรรคกล้าธรรมพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นักการเมืองต้องสามารถทำหน้าที่ได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะผู้แทนของประชาชน พร้อมระบุว่าได้กำชับ ส.ส.พรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คน ให้ทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ของตนเองต่อไป แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็ตาม โดยเครือข่ายที่สร้างมาตลอด 7-8 ปี จะต้องสามารถประสานงานและช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้
เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับพรรคประชาชน แม้ก่อนหน้านี้จะมีการโจมตีกันทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในทางการเมืองมิตรภาพไม่จีรัง คนที่เคยร่วมทางกันวันหนึ่งก็อาจต้องแยกทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศัตรูกัน พร้อมย้ำว่าในการทำงานทางการเมืองต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง และแม้จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็ไม่ควรค้านทุกเรื่อง หากเรื่องใดเป็นประโยชน์ต่อประเทศก็ไม่ควรคัดค้าน
เมื่อถามถึงแนวทางการตรวจสอบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสถึงกับร้อง “โอ๊ย” ก่อนหัวเราะและกล่าวว่า “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็น ๆ”
สำหรับประเด็นนโยบาย ส.ป.ก. 4-01 ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เชื่อว่าผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสานต่อ แต่หากไม่สานต่อ พรรคกล้าธรรมก็สามารถใช้ ส.ส.ทั้ง 58 คน ขับเคลื่อนผ่านกลไกของสภาได้
เมื่อถามถึงความเห็นของนักวิชาการที่ระบุว่า การที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล เป็นเพราะมีนักการเมืองบางคนต้องการสกัดการเติบโตของพรรค ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า “นักวิชาการใช่ไหมครับ อันนั้นไม่รู้จริง”
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่มี ส.ส.ถึง 58 เสียง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การได้จำนวน ส.ส.มากไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเป็นรัฐบาลได้เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
ส่วนกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่า การไม่ได้ร่วมรัฐบาลอาจเป็นการสกัดไม่ให้พรรคเติบโต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายไผ่ ต้องไปถามเจ้าตัว
เมื่อถามถึงกรณีความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยที่อาจมีปัญหาจากการส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งขันกันในเขตเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ”
ทั้งนี้ เมื่อถูกถามถึงคำพูดที่เคยเปรยบนเวทีงานของกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะอยู่ไม่นาน ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า การเมืองมีความไม่แน่นอน พรรคที่ได้อันดับหนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นรัฐบาลเสมอไป และรัฐบาลที่จัดตั้งแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ครบเทอม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลงานและการบริหารประเทศ
ช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวแซวผู้สื่อข่าวว่า ไม่ต้องไปดักรอหน้ากระทรวงเกษตรฯ แล้ว ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า จะไปรอที่สภาแทน ร.อ.ธรรมนัส จึงกล่าวว่า “เราไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้านหรือแนวร่วม เราต้องกลับมาดูแลตัวเอง สุขภาพตัวเอง และลูกพรรค”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พรรคฝ่ายค้านหวังว่าพรรคกล้าธรรมจะมีข้อมูลลับสำหรับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่มีครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้านฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ



















