แรงไม่หยุด! “เทพไท” ใช้สิทธิ์พลเมืองอภิปรายนอกสภาฯ เปิด 4 ข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลชุดพิเศษ ซัดนโยบายสื่อสารผิดพลาดทำกลไกตลาดพัง พร้อมฝากถึงนายกฯ อนุทิน ประชาชนไม่ได้เปลี่ยนรถ EV ง่ายเหมือนถอยป้ายแดง จี้รีบคลอดมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบางก่อนเศรษฐกิจทรุดหนัก!
เมื่อวันที่ 26 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สรุปปัญหา 4 ข้อ เสนอต่อรัฐบาลอนุทิน
เมื่อวานนี้ วันที่ 25 มี.ค.69 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติปากเปล่า ที่ตัวแทนพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค เสนอญัตติเพื่อให้ที่ประชุมได้อภิปรายเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการแก้ไขวิกฤติน้ำมันแพงและน้ำมันขาดแคลน เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลได้รับไปพิจารณาแก้ไข มี สส.เข้าชื่ออภิปรายมากถึง 100 คน และมีการทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างคึกคัก เห็นภาพนักการเมืองที่เป็น สส.หิ้วปิ่นโต นำอาหารมาบริการตัวเอง หรือไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหารของสภาผู้แทนราษฎร
ผมในฐานะอดีตนักการเมือง ปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์การเมือง ได้ติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการนำเสนอปัญหาวิกฤติน้ำมันต่อรัฐบาล เพียงแต่ไม่ได้ไปอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงใช้สิทธิ์ในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง ไปอภิปรายในรายการทอล์คการเมืองผ่านสื่อโทรทัศน์ กินข้าวกล่อง ข้าวห่อเหมือนกับ สส.ในสภา
ในฐานะที่เป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองหรือนักวิเคราะห์ทางการเมือง จะขออนุญาตใช้สิทธิ์ในฐานะพลเมืองไทย ทำหน้าที่คู่ขนานกับการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะขอสรุปประเด็นปัญหาเรื่องวิกฤตน้ำมัน ที่รัฐบาลกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ หรือกำลังหาแนวทางแก้ไข จึงขอเสนอเป็น 4 ข้อดังนี้ คือ
1.ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการสื่อสารของฝ่ายรัฐบาลเอง ตั้งแต่การสื่อสารของนายกรัฐมนตรี ที่โพสต์ใน Facebook ยืนยันว่าราคาน้ำมันจะไม่มีการปรับราคาภายใน 15 วัน ทำให้ประชาชนคาดการณ์ แล้วแตกตื่น เติมน้ำมันกัน เพราะรู้ดีว่าน้ำมันแพงหลังจากพ้น 15 วันไปแล้ว พอวันที่ 16 น้ำมันก็ขึ้นราคาจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประกาศว่า จะปรับราคาสูงขึ้นเป็น 30 บาทไม่เกิน 33 บาท ก็ทำให้คนคาดการณ์ว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าราคาขายจะอยู่ในลิตรละ 33 บาท มีกำไรแน่นอน 3 บาท ก็รอขายวันที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นถึง 33 บาทตามที่รัฐบาลกำหนด รวมไปถึงการสื่อสารเรื่องไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน มีความขัดแย้งกันในคำพูดของนายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรี
2.นายกรัฐมนตรีประกาศว่า ต่อจากนี้รัฐบาลจะปล่อยให้น้ำมันลอยตัว เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งแน่นอนที่สุดถ้าน้ำมันลอยตัว ก็จะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตทุกด้าน และจะทำให้สินค้าราคาแพงขึ้น แต่ถ้าหากสถานการณ์น้ำมันเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อราคาสินค้าเมื่อสูงขึ้นแล้ว ก็จะลดลงยาก แม้ว่าปลัดกระทรวงพาณิชย์จะยืนยันว่า ขึ้นได้ก็ลงได้ แต่ในข้อเท็จจริงสินค้าราคาแพงแล้วจะปรับให้ราคาถูกลงเป็นไปได้ยาก ซึ่งรัฐบาลต้องควบคุม ราคาไม่ให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน
3.รัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชน คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อน้ำมันแพง น้ำมันลอยตัว จะกระทบต่อเกษตรกร หรือกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลคนกลุ่มนี้ โดยอาจจะมีวิธีการพิเศษสนับสนุน เหมือนกับกรณีที่เคยช่วยเหลือกลุ่มประมงที่ใช้น้ำมันเขียว ส่วนเกษตรกรก็อาจจะดูแลช่วยเหลือโดยใช้สูตรน้ำมันสีน้ำเงินก็ได้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพง
4.การแก้ปัญหาระยะยาว ที่รัฐบาลต้องวางแผน โดยเฉพาะการหาพลังงานทดแทน การใช้พลังงานจากลม จากแสงแดด รวมไปถึงพลังงานอื่นใด การสนับสนุนให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อมาแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ต้องเป็นการส่งเสริมระยะยาวให้ประชาชนเตรียมตัว ซึ่งประชาชนมีข้อจำกัดในการเปลี่ยนจากรถยนต์น้ำมัน มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนง่ายเหมือนกับนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ไปออกรถใหม่ป้ายแดง เป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ในทันที แต่ประชาชนต้องใช้เวลา และต้องวางแผนกันพอสมควร รัฐบาลต้องคิดแผนการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น แต่การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการแสดงความเห็นของนักวิเคราะห์การเมือง นักวิชาการ ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าที่รัฐบาลจะตอบรับ หรือนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนและน้ำมันแพงเลย
ซึ่งรัฐบาลน่าจะมีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาเร่งด่วน และถือว่าการนำเสนอการแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลน จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 ที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่อยากให้รัฐบาลชุดนี้อ้างเรื่องข้อจำกัดการเป็นรัฐบาลรักษาการ เพราะรัฐบาลอนุทิน1กับรัฐบาลอนุทิน 2 คือรัฐบาลชุดเดียวกัน ไม่มีรอยต่อ ไม่มีช่องว่างการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เพราะนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่วนรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลในคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 จำนวนเกินครึ่งเป็นคนหน้าเก่า เป็นรัฐมนตรีในชุดรัฐบาลอนุทิน1ทั้งสิ้น
จึงไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นรัฐบาลคนละชุด และเป็นรัฐบาลรักษาการ ที่มีข้อจำกัดในการแก้ปัญหา ซึ่งถือว่ารัฐบาลของคุณอนุทินเป็นรัฐบาลชุดพิเศษ เป็นรัฐบาลต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาได้ทันที อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะมีฝีมือ หรือจะมีความจริงใจในการแก้ปัญหาหรือไม่



















