“อนุทิน”ลั่น!ผู้ว่าฯคือ“รัฐบาลของจังหวัด” ต้องกล้าตัดสินใจไม่ต้องรอส่วนกลางสั่ง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกฯ อนุทิน ปลุกใจคนมหาดไทย “เราคือเพื่อนร่วมงาน ไม่มีนายไม่มีบ่าว” สั่งคุมเข้ม PM 2.5 บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด พร้อมอัดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 ที่ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการแก่ผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี รมช.มหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ทั้งด้านการบริหารสาธารณภัย ความมั่นคง และการพัฒนาในทุกมิติ โดยย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมีบทบาทสำคัญในการนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเชิงรุกอย่างเร่งด่วน สอดรับนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 โดยต้องเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในระยะต่อไป

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แนวทางการทำงานจะต้องเปลี่ยนจากการเน้นเยียวยาไปสู่การป้องกันอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสาธารณูปโภค การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารจัดการในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสามารถตัดสินใจและบริหารสถานการณ์ได้ทันที ไม่รอคำสั่งจากส่วนกลาง พร้อมจัดกลุ่มภารกิจตาม 4 วิกฤตหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างตรงจุด

นายอนุทิน กล่าวว่า ในประเด็นการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น “Single Command” บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมใช้เทคโนโลยีติดตามจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด

นายอนุทิน ยังได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือวาตภัยและพายุฤดูร้อน โดยให้จังหวัดวางแผนบริหารจัดการน้ำ ป้องกันสิ่งกีดขวางทางน้ำ และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่ พร้อมกำชับรัฐวิสาหกิจในสังกัดให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยถือเป็นภารกิจเพื่อสังคม (CSR) โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือ “KPI” ขององค์กร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครดิตที่จะทำประโยชน์ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นอันดับแรก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินงานในพื้นที่ บูรณาการความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นการสื่อสารในเชิงสร้างสรรค์ บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร เป็นหนึ่งเดียวกัน มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความเป็นธรรมแก่ประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในด้านการรับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขอชื่นชมการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้ศึกษามาตรการประหยัดไฟฟ้า เปิด-ปิดไฟในโซนพื้นที่จำเป็น รวมถึงมาตรการพลังงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาภาวะวิกฤตพลังงานในอนาคต

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในมิติเศรษฐกิจ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ “รัฐบาลของจังหวัด” เตรียมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงมาตรการของรัฐ อาทิ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ตามที่รัฐบาลจะมีมาตรการในระยะใกล้นี้ และบัตรสวัสดิการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เสริมสภาพคล่องหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ควบคู่กับการใช้งบประมาณปี 2570 อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด Zero-Based Budgeting ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ลดงบประมาณในการศึกษาดูงาน การจัดประชุม การก่อสร้างอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โดยขอให้ใช้วิธีการเช่าแทน การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero) ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับองค์การสหประชาชาติ (UN) ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีบทบาทบนเวทีโลก

“ขอให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานให้กระทรวงมหาดไทย ประชาชน และประเทศของเรา หากมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องการหารือ ขอให้ท่านไม่รีรอที่จะเข้ามาพูดคุย ให้ถือว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่มีลำดับขั้น ไม่มีนาย เราต่างกันแค่หน้าที่ ให้คิดว่าทำงานให้บ้านเมืองด้วยกัน และพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกด้าน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ เพื่อพี่น้องประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img