เลขาฯ สมช. แถลงผลประชุม เห็นชอบ 5 แนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้ ทั้งปรับระบบการศึกษา เสริมศักยภาพอาสาสมัคร ยกระดับความร่วมมือมาเลเซีย ตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ พร้อมตั้งคณะที่ปรึกษาหนุนงานความมั่นคง ขณะที่ MOU44 อยู่ระหว่างกระบวนการยกเลิกผ่าน กต.
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุม สมช. ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน 5 ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก คือ การบริหารจัดการด้านการศึกษา โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการไปดูแลและปรับระบบการบริหารจัดการใหม่ ทั้งในระดับโครงสร้าง วัฒนธรรม และบุคลากร โดยเฉพาะโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระบบให้มีประสิทธิภาพ
ประเด็นที่สอง ที่ประชุมเห็นชอบการเพิ่มประสิทธิภาพอาสาสมัครของกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบปกติในอนาคต โดยจะมีการสนับสนุนงบประมาณบางส่วน เพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ รองรับสถานการณ์เมื่อพื้นที่เข้าสู่ภาวะปกติ
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สาม คือ การยกระดับความร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย โดยเห็นว่า มาเลเซียมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จะมีการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน การบังคับใช้กฎหมาย และการควบคุมการเคลื่อนย้ายบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอาวุธหรือการก่อความไม่สงบ รวมถึงการเชื่อมโยงกระบวนการพูดคุยสันติสุขระหว่างประเทศและภายในประเทศให้สอดคล้องกัน
ประเด็นที่สี่ ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่ โดยมี สมช. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ สนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมกันนี้ ยังเห็นชอบแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เพื่อสานต่อภารกิจจากรัฐบาลชุดก่อน โดยกำหนดบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาช่วยประสานงาน ให้คำแนะนำ และขับเคลื่อนประเด็นสำคัญอย่างกระชับ ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลัก
ประเด็นที่ห้า ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษา สมช. โดยคณะดังกล่าวประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ครอบคลุม 7 ด้าน รวมเกือบ 30 คน เพื่อสนับสนุนการทำงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไป
เลขาธิการ สมช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ ไม่มีการหยิบยกประเด็นคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขึ้นหารือ
ส่วนกรณีการนำมติเรื่องการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU 44) เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น นายฉัตรชัย ระบุว่า ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลา โดยเป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินการยกเลิก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประเทศภาคี รวมถึงการกลับไปใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) แทน



















