‘นพดล’ชี้ไทยไม่ขาดกลไกดูแลประชาชน ดันใช้‘กต.ตร.’เป็นสะพานสู่ความเป็นธรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ย้ำประเทศไทยไม่ขาดกลไกดูแลประชาชน แต่ยังต้องปลุกระบบให้ “มีชีวิต” พร้อมผลัก กต.ตร. เป็นจุดเชื่อมสำคัญ แก้ปัญหาจริง ตั้งแต่เรื่องเล็กในชุมชนถึงระดับนโยบายชาติ


เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน และอดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยมุมมองต่อทิศทางนโยบายด้านความมั่นคงและการดูแลประชาชน ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ต.ช. ร่วมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาด “ระบบ” ในการดูแลประชาชน แต่สิ่งสำคัญที่กำลังถูกทดสอบ คือการทำให้ระบบดังกล่าว “มีชีวิต” และเข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริงเม

ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ได้วางโครงสร้างการบริหารงานไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ระดับนโยบายของรัฐบาลและ ก.ต.ช. ไปจนถึงการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจ และเชื่อมโยงถึงประชาชนผ่านคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ซึ่งถือเป็น “ระบบครบวงจร” ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงที่ประชาชนสามารถรับรู้ได้จริง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของประชาชน กลับพบว่ายังมีช่องว่างระหว่างระบบกับการเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเสียงดังรบกวนในชุมชน อุบัติเหตุที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือกรณีความรุนแรงในครอบครัวและสังคม ซึ่งหลายครั้งประชาชนไม่กล้าใช้ระบบ หรือไม่มั่นใจว่าการร้องเรียนจะได้รับการแก้ไข

“คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าระบบมีหรือไม่ แต่คือประชาชนกล้าเชื่อและกล้าใช้ระบบนั้นหรือยัง” ผศ.ดร.นพดล กล่าว

ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างหลายกรณีที่ กต.ตร. เข้ามามีบทบาทสำคัญ เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุให้ได้รับการเยียวยา การประสานคดีเด็กถูกทำร้าย หรือการแก้ไขปัญหาชุมชนที่สะสมเรื้อรัง โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับเรื่อง ติดตาม และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับตำรวจ

ผศ.ดร.นพดล เน้นว่า กต.ตร. ไม่ใช่เพียงคณะกรรมการ แต่เป็น “กลไกของประชาชนตามกฎหมาย” ที่ทำให้เสียงของประชาชนถูกส่งต่อไปสู่การปฏิบัติของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การรับฟังปัญหา ตรวจสอบการทำงาน ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่า เมื่อระบบทำงานอย่างแท้จริง ปัญหาในระดับชุมชนจะไม่สูญหาย แต่สามารถถูกยกระดับไปสู่การกำหนดนโยบายในระดับประเทศ ผ่าน ก.ต.ช. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับสูงร่วมกำหนดทิศทาง

“นี่คือครั้งแรกที่ปัญหาหน้าบ้านของประชาชน สามารถไปกำหนดทิศทางของประเทศได้” ผศ.ดร.นพดล กล่าว

พร้อมกันนี้ ได้ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ประเทศไทยยังขาดไม่ใช่กฎหมายหรือหน่วยงาน แต่คือการทำให้ระบบที่มีอยู่ทำงานได้จริงในชีวิตประชาชน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชนที่ต้องกล้าใช้สิทธิ์ กต.ตร. และตำรวจที่ต้องพร้อมทำหน้าที่ และภาครัฐที่ต้องเดินหน้าผลักดันอย่างจริงจัง

“เมื่อเดือดร้อน หมดทางออก อย่าปล่อยให้ปัญหาเงียบหายไป เริ่มต้นที่ กต.ตร. ใกล้บ้าน เพราะทุกเสียงของประชาชน มีความหมายมากกว่าที่คิด” ผศ.ดร.นพดล กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img