รองนายกฯ คลัง ยืนยันการใช้เงินกู้มีระบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกโครงการ พร้อมชี้ฝ่ายค้านมีสิทธิยื่นตีความศาลรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลมีหน้าที่อธิบายข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 6 พ.ค.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และถูกฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเป็น “การตีเช็คเปล่า” ว่า ข้อเท็จจริงคือ พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อนำไปใช้ตามโครงการต่าง ๆ ที่จะมีการพิจารณาต่อไปภายหลัง
โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมของแต่ละโครงการอย่างรอบคอบ พร้อมยืนยันว่า การใช้เงินกู้ทุกโครงการจะต้องมีความโปร่งใส และจะเปิดเผยข้อมูลโครงการที่ได้รับอนุมัติบนเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
กรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ นายเอกนิติระบุว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ และถือเป็นบทบาทตามระบบประชาธิปไตย
พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตตนเองเคยมีส่วนร่วมในการอธิบายการออก พ.ร.ก.กู้เงินโครงการ “ไทยเข้มแข็ง” สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2552 ซึ่งใช้งบประมาณกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงวิกฤตการเงินโลกเช่นกัน
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่า การดำเนินนโยบายครั้งนี้อยู่ภายใต้หลักความจำเป็น โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการฟื้นตัวของประเทศอย่างเป็นระบบ.



















