“นพ.วรงค์” ระบุกรณี “ทักษิณ”เตรียมได้รับการพักโทษว่าเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย หลังจำคุกครบตามเกณฑ์ 2 ใน 3 พร้อมย้ำเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ แต่เตือนควรตระหนักบทเรียนในอดีต หวั่นการเคลื่อนไหวมวลชนอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมือง หากไม่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นพ.วรวงศ์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมได้รับการพักโทษและออกมาอยู่นอกเรือนจำ ว่า ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการกระทำผิดกฎหมาย และเป็นกระบวนการที่มีการต่อสู้ทางคดีจนศาลมีคำพิพากษาให้กลับไปจำคุกตามเดิม ก่อนจะเข้าหลักเกณฑ์ได้รับการพักโทษเมื่อครบ 2 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปี ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
นพ.วรวงศ์ระบุว่า ในหลักการตนเห็นว่าเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อผู้ต้องขังได้รับโทษและดำเนินการตามกระบวนการครบถ้วนแล้ว ก็ถือว่าเข้าสู่ขั้นตอนพักโทษได้ โดยส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาในหลักการ และถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องเคารพตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามถึงผลกระทบทางการเมืองหลังได้รับการพักโทษ นพ.วรวงศ์กล่าวว่า การเคลื่อนไหวและการระดมมวลชนเพื่อรอรับการออกจากเรือนจำ อาจสะท้อนว่ายังมีบทบาททางการเมืองอยู่ แต่ย้ำว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย หากดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบกติกาก็ไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตาม นพ.วรวงศ์เตือนว่า ควรตระหนักถึงบทเรียนในอดีต อะไรที่เคยเป็นปัญหาหรือความผิดพลาดก็ควรไม่ให้เกิดซ้ำอีก เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสังคม พร้อมย้ำว่าหากทุกฝ่ายเคารพกฎหมายก็จะไม่เกิดปัญหา แต่หากมีการปลุกระดมมวลชนก็อาจต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
สำหรับท่าทีต่อการเคลื่อนไหวทางกฎหมายในอนาคต นพ.วรวงศ์ระบุว่า หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ถือว่ากระบวนการในส่วนของตนสิ้นสุดลงแล้ว และเคารพคำตัดสินของศาล โดยหากในอนาคตมีการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดหรือรัฐบาลใด ก็ยังจำเป็นต้องติดตามและยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมต่อไป



















