“อนุทิน”ลั่นในเมืองไทยต้องไม่มี“มาเฟีย” ย้ำรัฐบาลไม่ยอมให้ใครคุกคามประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่หาดบางเทา จ.ภูเก็ต รับฟังปัญหาการบุกรุกชายหาด ย้ำจุดยืนเด็ดขาดปราบผู้มีอิทธิพล พร้อมเร่งแก้ปัญหาที่ดินรัฐถูกครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเดินหน้ายึดคืนพื้นที่เพื่อประโยชน์ประชาชน

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 10 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่หาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชายหาด โดยการเดินทางครั้งนี้นายกรัฐมนตรีใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ตามแนวทางส่งเสริมการประหยัดพลังงานและสนับสนุนยานยนต์รักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาล

ต่อมาเวลา 11.15 น. นายอนุทินเดินทางถึงพื้นที่หาดบางเทา และรับฟังข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มาด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากได้รับรายงานว่าประชาชนบางส่วนถูกคุกคามจากกลุ่มบุคคลที่สร้างความเดือดร้อน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ควรเรียกกลุ่มดังกล่าวว่าผู้มีอิทธิพล เพราะแท้จริงแล้วเป็นเพียงบุคคลที่สร้างปัญหา พร้อมย้ำว่า ภายใต้การบริหารของรัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการข่มขู่หรือคุกคามประชาชน และจะดำเนินการอย่างจริงจังกับกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อน

พร้อมกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “มาเฟียมีไม่ได้ ต้องไม่มีในเมืองไทย” และยืนยันว่ารัฐต้องเป็นฝ่ายคุ้มครองประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้มีอำนาจนอกระบบมาข่มเหงประชาชน

นายอนุทินยังกล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหา โดยอธิบายว่าการแก้ไขต้องเริ่มจากการไล่ตรวจสอบปัญหาเป็นขั้นตอน พร้อมระบุว่าหลายพื้นที่พบการบุกรุกและการก่อสร้างโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย และต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่หาดบางเทาเป็นที่ดินของรัฐ และสิ่งปลูกสร้างหลายรายการไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง จึงต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย พร้อมยืนยันจะหาช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิด และจะไม่ปล่อยให้มีการข่มขู่ คุกคาม หรือเอาเปรียบประชาชน โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายอนุทินยังกล่าวทิ้งท้ายว่า หากพื้นที่ใดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะต้องพิจารณาหาทางออกเพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม พร้อมย้ำว่าที่ดินของรัฐต้องถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ และสร้างโอกาสให้ประชาชนอย่างแท้จริง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img