ดีเอสไอลุยสอบ “กักตุนน้ำมัน” ขยายผล 3 สำนวนคดีพิเศษ เร่งประชุมสรุปพยาน 29 พ.ค.นี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ดีเอสไอเดินหน้าตรวจสอบขบวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เร่งรวบรวมพยานหลักฐานหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบ 3 สำนวนคดีพิเศษ พร้อมนัดประชุมใหญ่สรุปความคืบหน้า 29 พฤษภาคมนี้

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเก็งกำไร หลังได้รับข้อสั่งการจาก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ภายใต้คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุ และป้องกันการกักตุนน้ำมันอย่างเด็ดขาด

โดยได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งทางบกและทางทะเล ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันและศูนย์กระจายน้ำมันทั่วประเทศ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานสำคัญ

พ.ต.ต. ยุทธนา ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มอบหมายคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและคณะสืบสวน ลงพื้นที่ขยายผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมรวบรวมเอกสารการประกอบกิจการและข้อมูลทางธุรกิจของบริษัทที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเตรียมนัดประชุมคณะพนักงานสอบสวนในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสรุปความคืบหน้าและพิจารณาแนวทางดำเนินคดี

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่บริษัทใด เนื่องจากต้องรอการพิจารณาพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน โดยแต่ละสำนวนคดีมีพฤติการณ์แตกต่างกัน และอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542

สำหรับความคืบหน้าคดีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดอ่างทอง ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกดำเนินคดีฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่ามีการประกอบธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงประเด็นด้านโครงสร้างกรรมการบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในกลุ่มแรก

ขณะที่คดีบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบความผิดปกติด้านปริมาณน้ำมันคงคลังในช่วงเดือนมีนาคม 2569 รวมถึงอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและตรวจสอบเอกสารทางบัญชีและการซื้อขายอย่างละเอียด

ส่วนกรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ และการตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูล และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยต้องประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปผล

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ ระบุว่า การสอบสวนคดีบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด พบพฤติการณ์เข้าข่ายกักตุนน้ำมัน ซึ่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ยังไม่พบความผิดด้านคุณภาพน้ำมัน เนื่องจากผลตรวจสอบพบว่าได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ ดีเอสไอระบุว่า ภาพรวมคดีพิเศษกรณีกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง แบ่งออกเป็น 3 สำนวนหลัก และอีก 1 เรื่องสืบสวน อยู่ระหว่างขยายผล เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img