“ไชยชนก” ชวนคนไทยลองใช้ TH-AI Passport ยัน AI ไม่ด้อยกว่าแบบเสียเงิน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ไชยชนก” เผยกระแสตอบรับ TH-AI Passport วันแรกดี ประชาชนดาวน์โหลดและเริ่มทดลองใช้แล้ว เผยระบบเว็บเบสเปิดให้บริการก่อน ส่วนแอปฯ รออนุมัติ Google Play และ App Store คาดไม่เกิน 1 สัปดาห์ พร้อมโต้เสียงวิจารณ์ AI สู้เวอร์ชันเสียเงินไม่ได้ ย้ำต้องลองใช้ก่อนตัดสินใจ เผยลงทะเบียนแล้ว 1.3 ล้านสิทธิ จากเป้า 5 ล้านสิทธิ ยืนยันใช้งบแบบ Pay-per-use คุ้มค่าภาษี เล็งประเมินเฟส 2 จาก “ผลลัพธ์” มากกว่าเสียงตอบรับ

เมื่อเวลา 18.25 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับการใช้งาน TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้บริการเป็นวันแรกว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี มีการดาวน์โหลดและเริ่มทดลองใช้งานแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระบบยังให้บริการในรูปแบบเว็บเบส (Web-based) ส่วนแอปพลิเคชันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก Google Play และ App Store คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า AI ของโครงการมีประสิทธิภาพไม่เท่ากับเวอร์ชันที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย นายไชยชนกถามกลับว่า “ยังไม่ได้ลองใช้ใช่หรือไม่” พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ดาวน์โหลด สแกนลงทะเบียน และทดลองใช้งานด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ

นายไชยชนกกล่าวว่า “อย่าพูดถึงเสียงวิจารณ์ที่บอกว่ามันไม่ดีเท่าของฟรี ไม่จริงแน่นอน อยากให้ทุกคนมาลองใช้” โดยปัจจุบันเหลือสิทธิการใช้งานกว่า 3 ล้านสิทธิ และนายกรัฐมนตรีได้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการหลายครั้ง พร้อมย้ำว่าโครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น

สำหรับยอดการลงทะเบียน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านสิทธิ จากเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ นายไชยชนกกล่าวว่า กระทรวงดีอีอยู่ระหว่างเร่งประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มที่ ขณะที่การปรับรูปแบบงบประมาณเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง หรือ Pay-per-use จะทำให้รัฐบาลไม่เสียประโยชน์ และประชาชนก็ไม่ได้เสียประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณภาษีอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจำนวนผู้ใช้งานจะมากหรือน้อย

“ไม่มีแรงกดดันตรงนี้ แต่อยากให้ประชาชนใช้เยอะ ๆ เพราะมีประโยชน์จริง ๆ สำหรับคนที่ใช้ฟรี” นายไชยชนกกล่าว

รมว.ดีอีกล่าวด้วยว่า สำหรับประชาชนที่ใช้โปรแกรม AI ฟรีมาโดยตลอด ขอให้เปิดโอกาสทดลองใช้ AI หลากหลายโมเดลชั้นนำ รวมถึงเข้าถึงคอร์สเรียนกว่า 56 คอร์ส ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ OpenAI, Google และ Microsoft ก่อนที่จะตัดสินว่าโครงการมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

เมื่อถามถึงแนวโน้มการสานต่อโครงการในระยะที่ 2 หลังครบสัญญา 1 ปี หากได้รับเสียงตอบรับที่ดี นายไชยชนกกล่าวว่า เรื่องเสียงตอบรับไม่สำคัญเท่ากับ “ผลลัพธ์” โดยจะต้องพิจารณาจากกรณีที่ประสบความสำเร็จและสามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานได้จริง หากผลการดำเนินงานเป็นไปในแนวทางดังกล่าว เมื่อครบ 1 ปีจะมีการพิจารณาสานต่อโครงการอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะใช้รูปแบบเดิมหรือไม่ เนื่องจากเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในระยะเวลา 1 ปี เทคโนโลยี AI จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ดังนั้น การดำเนินโครงการในระยะต่อไปจะต้องพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับภาษีประชาชนมากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีปัญหาความไม่เสถียรของการประมวลผลภาษาไทยว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ระบบจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายหลักของโครงการคือการนำข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ในการเรียนรู้ เพื่อเร่งพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM สำหรับภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพและความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

“ต้องเร่งทำ และทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ขอให้ทุกคนไปทดลองใช้กันเยอะ ๆ” นายไชยชนกกล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img