‘ไทย-กัมพูชา’ถกเครียดปม‘พื้นที่ทับซ้อน’ ‘สีหศักดิ์’เผยยังไร้ข้อยุติ2ฝ่ายยังเห็นต่าง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สีหศักดิ์” เผยผลหารือทวิภาคีกับ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา นครนิวยอร์ก ยอมรับสองฝ่ายยังเห็นต่างเรื่องกลไกแก้ปัญหากฎหมายทะเล ชี้ฝั่งกัมพูชาจี้ใช้ “กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ” ขณะที่ไทยแนะคุยระดับทวิภาคีก่อน ย้ำชัดเจรจาบนพื้นฐานผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติ ไม่มีใครยอมใคร ยันยกเลิก MOU 2544 หวังเปิดทางสร้างบรรยากาศใหม่ ไม่ใช่การเลี่ยงเจรจา

สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก — นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าหารือทวิภาคีกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา นอกรอบการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกของรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองฝ่าย หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยหลังการหารือว่า การพูดคุยในครั้งนี้เป็นการสานต่อแนวทางที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้เริ่มต้นไว้ที่ฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายหลักในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ สร้างบรรยากาศที่ดี และสร้างความเชื่อใจต่อกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัจจุบันยังคงมีความไม่เข้าใจกันในเรื่องเขตแดนทางทะเล โดยเฉพาะกรณีที่กัมพูชามองว่า ไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 โดยไม่ได้หารือก่อน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาอาจจะยังไม่เข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงของไทย และตีความไปว่าไทยต้องการหลีกเลี่ยงการเจรจา ทั้งที่ความจริงแล้ว การที่เราจำเป็นต้องยกเลิก MOU ปี 2544 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้า จึงต้องการเปิดโอกาสให้มีการเจรจาและสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ประกอบกับไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งในขณะที่ทำ MOU ปี 2544 นั้น กัมพูชายังไม่ได้เป็นสมาชิก ดังนั้นเราจึงต้องสร้างกรอบการทำงานร่วมกันใหม่

สำหรับจุดที่ยังเห็นต่างกันในเชิงเทคนิค นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ทางกัมพูชาต้องการมุ่งไปสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ในทันที ทว่าท่าทีของไทยเห็นว่า ทั้งสองประเทศในฐานะเพื่อนบ้าน ควรหันมาเปิดอกคุยกันแบบสองฝ่ายภายใต้กรอบของ UNCLOS ก่อน ซึ่งอาจจะสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้โดยไม่ต้องพึ่งพากลไกหรือคณะกรรมการประนีประนอมจากภายนอก ส่วนความคืบหน้าเรื่องเขตแดนทางบกที่กัมพูชาต้องการให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย-กัมพูชา นั้น ทางไทยได้เสนอว่าควรเริ่มต้นจากการพูดคุยทางเทคนิคเพื่อตกลงกรอบการเจรจากันก่อน เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก การแก้ปัญหาเขตแดนทางบกไม่ใช่แค่เรื่องการปักปันเขตแดนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมไปถึงมิติด้านความมั่นคงและความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนด้วย

นายสีหศักดิ์ ย้ำในตอนท้ายว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการพูดคุยกันด้วยความจริงใจและมองหาทางเลือกร่วมกัน ไม่ใช่การบังคับให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการของตนเอง ตอนนี้เราอย่าพยายามมองว่าใครมีไพ่เหนือกว่าใคร ไม่ควรมาเล่นเกมนี้ แต่ต้องมาคุยกันอย่างจริงจัง การหารือครั้งนี้แม้จะยังไม่มีข้อยุติ และเราก็ไม่ควรคาดหวังว่าทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็ว เพราะปัญหามีความซับซ้อนและมีหลายมิติ บางครั้งคนอาจเข้าใจว่าพอผู้นำจับมือกันแล้วทุกอย่างจะจบหรือไทยจะยอมทุกอย่าง ยืนยันว่าไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน เรารับรองได้ว่าเราเจรจาบนพื้นฐานผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ แม้วิธีการอาจต่างกัน แต่การได้เข้าใจท่าทีของกันและกันในครั้งนี้ จะช่วยให้เรานำกลับไปคิดและทำการบ้านต่อเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img