“พิพัฒน์” ตั้งอนุฯ คลี่ปมพิพาทที่ดินชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ให้เวลา 60 วันพิสูจน์สิทธิ์ ก่อนชงนายกฯ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รองนายกรัฐมนตรีสั่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านเทคนิค เร่งตรวจสอบข้อพิพาทที่ดินชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล โดยมีกรมแผนที่ทหารเป็นประธาน ให้กรอบทำงาน 60 วัน พร้อมเห็นชอบชะลอการดำเนินคดีระหว่างรอผลตรวจสอบ ย้ำเปิดโอกาสทุกฝ่ายพิสูจน์สิทธิ์ตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน

เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านเทคนิค เพื่อรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเชิงวิชาการ โดยมีผู้แทนกรมแผนที่ทหารเป็นประธานคณะอนุกรรมการ

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการจะประกอบด้วยผู้แทนจากนายอำเภอ จังหวัดสตูล กรมที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงตัวแทนภาคประชาชน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานไว้ 60 วัน ก่อนนำผลการตรวจสอบเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา และรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มผู้เรียกร้องได้ขอให้ชะลอการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องออกไปก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้คณะอนุกรรมการชุดใหม่ดำเนินการตรวจสอบและหาข้อสรุป ซึ่งคณะกรรมการเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ที่ดินบางแปลงมีการซื้อขายเปลี่ยนมือจากประชาชนไปยังเอกชนหลายทอด จะเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องพิจารณาในขณะนี้ โดยจะมุ่งตรวจสอบสิทธิของผู้ครอบครองในปัจจุบันก่อน ส่วนการซื้อขายเปลี่ยนมือจะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานที่มี

“ที่ดินอาจเป็นของชาวเล แต่หากมีเอกสารหรือหลักฐานการซื้อขายที่ถูกต้อง ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง” นายพิพัฒน์ กล่าว พร้อมระบุว่า ในฐานะที่เป็นคนในพื้นที่ ย่อมทราบดีว่าปัญหาที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะมีความเป็นมายาวนาน บางกรณีมีความถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่บางกรณีก็ยังมีข้อพิพาทที่ต้องพิสูจน์

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการให้ความสนใจในครั้งนี้ คือพื้นที่บริเวณโรงเรียนบนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีการร้องเรียนว่าพื้นที่หายไปประมาณ 1 ไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นแนวชายหาดที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จะต้องให้คณะอนุกรรมการด้านเทคนิคลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันแนวเขตและสิทธิในที่ดินให้มีความชัดเจน เนื่องจากในขั้นตอนการรังวัดพื้นที่ที่ผ่านมา มีผู้คัดค้านการดำเนินการ คณะกรรมการจึงเห็นควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์สิทธิของตนเองใหม่อย่างเป็นธรรม ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img