‘ปกรณ์’แจงแนวคิด‘ปรับสวัสดิการ ขรก.’ ‘กรมบัญชีกลาง’อยู่ระหว่างรวมความเห็น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เผยกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นกรณีปรับแก้กฎหมายสวัสดิการรักษาพยาบาล เพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ ยืนยันต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ตัดสินใจภายใน 1-2 วัน ชี้ระบบราชการควรมีความหลากหลายในการบริหารจัดการตามลักษณะงาน พร้อมเตรียมเปิดทางเลือกให้ผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 ก.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีกรมบัญชีกลางเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาปรับแก้พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เพื่อควบคุมและลดค่าใช้จ่าย ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์และแยกแยะความต้องการของแต่ละกลุ่มว่าเป็นอย่างไร

นายปกรณ์ กล่าวว่า หลังจากรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดแล้ว จะนำมาพิจารณาว่ามีความต้องการกี่รูปแบบ มีประเด็นใดบ้าง รวมถึงควรจัดกลุ่มและบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลา ไม่สามารถสรุปได้ภายใน 1-2 วัน เนื่องจากจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน

“บางคนเสนอว่าอยากได้รับบำนาญ ขณะที่บางคนเห็นว่าสามารถบริหารจัดการเงินของตนเองได้ดีกว่า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องรับฟังทั้งหมด ยืนยันว่าเป็นการพิจารณาด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์หรือการสร้างกระแสดราม่า” นายปกรณ์ กล่าว

เมื่อถามถึงข้อกังวลว่า หากมีการควบคุมสวัสดิการเข้มงวดมากขึ้น อาจทำให้คนเก่งไม่สนใจเข้ามารับราชการ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงการคาดการณ์ล่วงหน้า โดยมองว่าข้าราชการที่อยู่ในระบบมาเป็นเวลานานและใกล้เกษียณอายุราชการ อาจไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อสิ่งที่ได้รับ ขณะที่ข้าราชการรุ่นใหม่ก็ต้องพิจารณาว่ารูปแบบใหม่มีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีทางเลือกให้ตัดสินใจ

นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐว่า ปัจจุบันระบบการจ้างงานตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน แม้ลักษณะงานจะแตกต่างกัน โดยระบบดังกล่าวเป็นแนวทางที่ใช้มาเป็นเวลานาน จึงอาจทำให้เกิดข้อจำกัด เช่น บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลที่ต้องเข้าเวร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และข้าราชการประจำ ซึ่งมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน แต่กลับอยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน

“จึงควรมีความหลากหลายในการบริหารจัดการมากขึ้น โดยได้มอบหมายให้ ก.พ. ไปพิจารณาว่าระบบควรเป็นอย่างไร และควรปรับปรุงในรูปแบบใด แต่แน่นอนว่าจะไม่ใช้ระบบเดียวกับทุกคน เพราะการจ้างงานควรสอดคล้องกับลักษณะของงาน” นายปกรณ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรอบเวลาการดำเนินการให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 นายปกรณ์ กล่าวว่า จะพยายามดำเนินการให้ทันตามเป้าหมาย เพราะการทำงานจำเป็นต้องมีกรอบเวลาและผลลัพธ์ที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงรวบรวมข้อมูลหรือหารือไปเรื่อย ๆ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับให้ทุกคนต้องอยู่ในรูปแบบเดียวกัน แต่จะเปิดโอกาสให้มีทางเลือกที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มต่อไป.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img