“พลพีร์” เผย มท. สั่งการฝ่ายปกครอง ลุยลงพื้นที่ตรวจสภาพความเป็นจริงถึงบ้าน ทั้งบ้าน-รถ พร้อมแนะประชาชนถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ใช้ยื่นอุทธรณ์ “บัตรคนจน” หวังเก็บตกช่วยคนรายได้น้อยให้ได้มากที่สุด เล็งขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. นี้
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเกี่ยวกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ภายหลังการประกาศผลการพิจารณาสิทธิ์ พบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งสะท้อนความกังวลและเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลจึงมอบหมายให้ฝ่ายปกครองเร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
กระทรวงมหาดไทยจึงจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ของกรมการปกครอง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อดำเนินการได้สะดวก ไม่ต้องเดินทางไปยังอำเภอเมือง พร้อมบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ อาทิ การถือครองรถยนต์และทรัพย์สินต่าง ๆ
นายพลพีร์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงบ้านประชาชน เพื่อสำรวจสภาพความเป็นอยู่และทรัพย์สินจริง เช่น รถยนต์ที่ไม่สามารถใช้งานได้หรือจอดทิ้งไว้นาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลยืนยันต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบทะเบียนรถที่ควรจำหน่ายออกจากระบบ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับกรณีประชาชนถูกนำชื่อไปถือหุ้นบริษัทหรือมีชื่อเกี่ยวข้องกับบัญชีต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับบัญชีม้า การฟอกเงิน ธุรกิจสีเทา หรือการถือหุ้นในลักษณะนอมินี โดยกระทรวงมหาดไทยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่การกำหนดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ แต่ต้องการคัดกรองให้ผู้มีรายได้น้อยที่เข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลืออย่างครบถ้วนที่สุด โดยหลังจากรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศแล้ว จะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอีกครั้ง
ทั้งนี้ คาดว่ากระทรวงการคลังจะแถลงรายละเอียดและไทม์ไลน์การอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ โดยมีแนวโน้มขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ เช่น ข้อมูลการถือหุ้น สินทรัพย์ บัญชีเงินฝาก และประกันชีวิต ก่อนส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กระทรวงมหาดไทยจะไม่สามารถขอรายชื่อผู้ตกเกณฑ์จากกระทรวงการคลังได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคล แต่ได้มอบหมายให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจสอบประชาชนในแต่ละพื้นที่โดยตรง พร้อมประชาสัมพันธ์ว่า ผู้ที่อาศัยอยู่นอกภูมิลำเนาสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่อำเภอที่พักอาศัยปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา
สำหรับข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีปัญหาการรับรองบุคคลไม่ตรงตามข้อเท็จจริงนั้น นายพลพีร์ ระบุว่า ได้กำชับอธิบดีกรมการปกครองให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยให้ถ่ายภาพสภาพบ้าน รถยนต์ รวมถึงตรวจสอบรายการเดินบัญชี (Statement) เพื่อยืนยันฐานะทางการเงินของผู้ยื่นอุทธรณ์ และใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา
“เราพยายามอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะรัฐบาลต้องการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่สมควรได้รับสิทธิ์อย่างแท้จริง” นายพลพีร์ กล่าว.



















