นายกรัฐมนตรีกำชับฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เร่งยกระดับป้องกันปราบปรามและงานข่าว หลังเหตุคนร้ายบุกยิง-ขว้างไปป์บอมบ์จุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 2 ราย ย้ำต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด พร้อมเดินหน้าทุกแนวทางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
เมื่อเวลา 11.41 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุคนร้ายบุกยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายอายุ 10 ขวบ ว่า
“เรื่องนี้แย่มาก” พร้อมระบุว่า ได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้เร่งดำเนินการในทุกด้าน ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และงานด้านการข่าว เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นถึงประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัย
นายอนุทิน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้หารือกับผู้รับผิดชอบหน่วยงานความมั่นคงตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และทุกหน่วยงานได้รับแนวทางไปดำเนินการแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าเหตุใดกลุ่มผู้ก่อเหตุจึงเลือกลงมือในช่วงเวลานี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดความรุนแรงในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
“ประชาชนจะเกิดความวิตกกังวล ฉะนั้นต้องดำเนินการในทุกด้าน แม้กระทั่งการเจรจาก็ต้องมีความคืบหน้าและมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงต้องเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมมากกว่าเดิม เหตุการณ์นี้ถือว่าอุกอาจมาก ต้องดำเนินการด้วยความเฉียบขาด” นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความสงบเรียบร้อยไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก
“ผมสั่งการให้ดำเนินการทุกกระบวนการที่จะต้องบรรลุเป้าหมายนี้” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากฝ่ายข่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์และหารือเร่งด่วน
ส่วนจะมีพื้นที่ใดต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเฝ้าระวังทุกจุด พร้อมกำชับให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นหลายครั้ง
สำหรับคำถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อแนวทางการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนระบุว่ามีแขกเข้าพบรออยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า และเดินขึ้นไปปฏิบัติภารกิจต่อ.



















