‘อนุทิน’ปลุกข้าราชการเดินหน้าเต็มกำลัง! ย้ำรัฐบาลยึดผลงานและผลประโยชน์ชาติ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ ยืนยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ พร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ย้ำข้าราชการต้องบูรณาการ ไม่แยกกระทรวง ชี้ประเทศไทยกลับสู่สายตานานาชาติ เดินหน้าความร่วมมือ-ดึงลงทุน พร้อมรับมือปัญหาเพื่อนบ้าน ย้ำอธิปไตยไทยต้องได้รับการปกป้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน ถนนราชดำเนินนอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 โดยมีปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมพระตำหนักวังปารุสกวัน ก่อนถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า และผู้บริหารสำนักข่าวกรองแห่งชาติ บริเวณหน้าพระตำหนักฯ

จากนั้น นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายว่า ถือเป็นโอกาสดีที่ได้พบกับหัวหน้าส่วนราชการทุกคนอีกครั้ง ภายหลังกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศ โดยระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ยังคงเดินหน้าดำเนินนโยบายและภารกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอด

นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงรัฐบาล “อนุทิน 1” ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะมีสถานะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อประชาชน โดยหัวหน้าส่วนราชการทุกคนวางตัวอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่มีข้อครหาว่ารัฐบาลใช้กลไกราชการเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง

“การวางตัวของท่านทำให้เกิดความเข้าใจและความเกรงอกเกรงใจ ตนไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายหรือขอให้ข้าราชการเข้ามาร่วมกิจกรรมทางการเมือง เพราะหลังเวลาราชการทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ทำให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดี” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และมีความเข้าใจกันทั้งในส่วนของคณะรัฐมนตรี ฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับภารกิจหน้าที่มากกว่าการรักษาอำนาจทางการเมือง

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลงานที่เกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งผลงานจำนวนมากต้องอาศัยความร่วมมือจากหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน

“ถ้าเป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชนและประโยชน์ของชาติ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์มองเห็นประโยชน์ส่วนตัว หรือประโยชน์ทางการเมือง เหนือกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศว่า ขณะนี้ไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนานาประเทศ ไม่ใช่เพียงการเดินทางไปพบปะหรือถ่ายภาพ แต่ต้องมีหัวข้อความร่วมมือ มีการลงนามบันทึกข้อตกลง และเกิดการลงทุนจริง

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมมากขึ้นจากรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลในอดีต รวมถึงรัฐบาล คสช. ได้วางไว้ แม้ต้องใช้เวลาหลายปี แต่ทำให้รัฐบาลปัจจุบันสามารถต่อยอดและสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศได้

สำหรับปัญหาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แต่ต้องรักษาเกียรติภูมิและอธิปไตยของประเทศ โดยยืนยันว่าไทยไม่เคยรุกรานใครก่อน และเคารพอธิปไตยของประเทศอื่น

อย่างไรก็ตาม หากไทยถูกคุกคาม ถูกเอาเปรียบ หรือถูกทำร้าย ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยความชัดเจนและเด็ดขาด

นายอนุทิน กล่าวว่า กรณีความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ไทยพร้อมเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ประเทศไทยวางไว้ โดยประเด็นใดที่สามารถหารือและไม่ส่งผลเสียต่อประเทศก็พร้อมพูดคุย ส่วนเรื่องที่อาจกระทบผลประโยชน์ของชาติ ไทยขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณา

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า หน่วยงานความมั่นคงของไทยสามารถปกป้องอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประเทศได้ พร้อมขอให้ภาคเอกชนและประชาชนมั่นใจว่าสถานการณ์ภายในประเทศยังมีความมั่นคงและสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน ได้กำชับฝ่ายพลเรือนให้เร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และความมั่นคงภายใน โดยต้องทำงานแบบบูรณาการ ไม่ยึดติดกับขอบเขตของแต่ละกระทรวง

“คณะรัฐมนตรีของผมไม่ใช่ ครม.รัฐบาลผสม แต่เป็น ครม.ของประเทศไทย เป็น ครม.ของทุกคน เพื่อแสวงหาความร่วมมือและทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการเจรจากับต่างประเทศว่า ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานต้องร่วมกันเตรียมข้อมูลและข้อเสนอให้พร้อมก่อนเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะหากต้องกลับมาปรึกษาภายหลัง อาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบคู่เจรจาได้

พร้อมระบุว่า ตนพร้อมให้เวลาหารือกับหัวหน้าส่วนราชการอย่างเต็มที่ และต้องการให้มีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยทุก 2 เดือน เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวเตือนหัวหน้าส่วนราชการให้เดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง โดยระบุว่า อายุราชการของทุกคนยังสิ้นสุดวันที่ 1 ต.ค. 2569 ไม่ใช่ในช่วงเวลานี้ จึงขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

“หน้าที่ของท่านคือ 24 ชั่วโมง ต้องเดินหน้าต่อไป อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นช่วงปลายทาง ขอให้ทุ่มเททำงานจนถึงวันสุดท้าย และอาจต้องขอความร่วมมือช่วยงานต่อด้วยซ้ำ” นายอนุทิน กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img