“อาสพลธ์” จี้ขุดรากถอนโค่นตัวการใหญ่โกงสอบท้องถิ่น แนะคนทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องปรับจูน การสื่อสารให้เข้าถึงวิถีชีวิตชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการความคืบหน้าในการตรวจสอบคดีโกงสอบท้องถิ่นว่า เป้าหมายจริง ๆ คือ การดำเนินคดีกับคนทุจริตมาลงโทษให้ได้ ต้องขุดรากถอนโค่นผู้ทุจริต นั่นคือความตั้งใจ แต่วันนี้สังคมบอกว่านอกจากระดับ 10 ในกรมแล้ว ยังมีข้าราชการระดับ 11 เกี่ยวข้องหรือไม่ หรือมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ถ้าหลักฐานถึงก็ต้องถูกดำเนินคดีทุกคน แต่วันนี้เราต้องยอมรับว่าหลักฐานอยู่ที่ระดับ 10 หากไปถึงระดับ 11หรือเสนาบดีต้องอาศัยการซัดทอดและเส้นทางของเงิน ซึ่งเส้นทางของเงินเป็นเรื่องยากที่คนระดับบิ๊กบอสเขาจะหละหลวม แต่ว่าวันนี้ถามว่า คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมเรื่องของการทุจริตการโกงสอบท้องถิ่น 2 ครั้ง แต่ละครั้งก็ได้ความคืบหน้ามาเยอะ เราก็รู้ว่ามีการทุจริต ระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างที่ร่วมมือกัน
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า วันนี้เขาได้โยนความรับผิดชอบไปให้ทางผู้รับจ้างฝ่ายเดียว เป็นไปไม่ได้ เพราะรายชื่อผู้สอบตกมาเป็นผู้สอบผ่านไม่มีทางที่ทางมหาวิทยาลัยจะรู้จักคนเหล่านี้ทั่วประเทศ และมาจากไหนก็ต้องมาจากฝั่งผู้ว่าจ้าง มาจากเครือข่ายที่อยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ วันนี้สังคมไปมองเห็นแล้วว่ามีผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และมีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง จะทำอย่างไรขบวนการเครือข่าย ที่อยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศจะถูกดึงเข้ามา วันนี้เราพูดถึง 5,924 รายคือผู้ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการและโกงข้อสอบ แต่ว่าการเก็บเงินในต่างจังหวัด ไม่มีใครพูดถึง อย่างตนเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษก็ได้ขอข้อมูลจากตำรวจได้ข้อมูลมามี 19 คดี ที่มีผู้ร้องว่าได้นำเงินไปจ่ายให้กับนายหน้า มีเอกสารหลักฐานเรียบร้อย ไปจ่ายเงินแล้วไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ ตนมีหลักฐานแม้กระทั่งเป็นแชทคุยกัน ทวงเงินกัน มีบางรายที่ตำรวจส่งฟ้องอัยการแล้ว บางรายพอมีข่าวทุจริตรีบเอาเงินไปเคลียร์คดี แต่หลายรายก็ยังไม่จบ เพราะไม่มีเงินไปเคลียร์ใช้หมดแล้ว
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า นอกจากจังหวัดศรีสะเกษก็ต้องมีที่อื่นอีก เชื่อว่า ป.ป.ช.ตั้งใจทำหน้าที่เต็มที่เพียงแต่เป็นองค์กรอิสระเมื่อทำอะไรไปไม่มีใครรู้ จึงเป็นที่มาของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.เชิญ ป.ป.ช.เพื่อทราบความคืบหน้า และถามแทนในสิ่งที่ประชาชนสงสัย และคิดว่าหน่วยงานที่ทำได้ดีก็คือ ป.ป.ช.และตำรวจสอบสวนกลาง ถ้าจะทำได้ดี อย่างกรรมาธิการป.ป.ช.เราก็ทำได้ตามข้อจำกัด แต่อย่างน้อยประชุม 2 ครั้ง สามารถตอบประเด็นที่สังคมสงสัยได้เยอะ เราทำหน้าที่เต็มที่ พยายามทำหน้าที่ให้โปร่งใสที่สุด จับคนทุจริตมารับโทษ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กรอบการทำงานของ ป.ป.ช.เรื่องไหนที่มามีกรอบเวลา 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี กรณีการโกงสอบท้องถิ่นพิจารณา 3-6 เดือน ซึ่งถ้าจบภายใน 3-6 เดือน ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะคนเกี่ยวข้องเยอะ ยืนยันว่าผมในฐานะส.ส.พรรคภูมิไทย พรรคภูมิใจไทยไม่เคยแทรกแซงการทำงาน ผมฐานะประธานคณะกรรมาธิการป.ป.ช.และเราก็อยากให้คนที่ทำผิดมารับโทษทุกคน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใครก็ตาม
ต่อข้อถามว่า สถานการณ์ของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีกระแสวิพากวิจารณ์เรื่องของการตัดสิทธิ์ประชาชนบางกลุ่ม นายอาสพลธ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรปรับจูนการสื่อสารและการคัดกรองให้เข้าถึงวิถีชีวิตชาวบ้านมากขึ้นโดยมีฝ่ายการเมืองทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงข้อมูล ผมเข้าใจว่ารัฐบาลจะกลับไปทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่น่าจะดีขึ้น แต่เราต้องเข้าใจว่า บัตรสวัสดีการแห่งรัฐ ตั้งใจที่จะให้คนที่ยากจนจริง ๆ
เมื่อถามว่า เป้าหมายสูงสุดของการเข้ามาทำงานการเมืองตำแหน่งสูงสุดที่อยากไปถึงคืออะไร นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เคยถามตัวเอง และมีเพื่อนถามเหมือนกันว่าอยากจะไปสูงสุดระดับไหน พูดตรง ๆ อยากจะเป็นรัฐมนตรี แต่ผมได้ดูรายการหนึ่งมีบางท่านพูดว่าประเทศไทยมีรัฐมนตรีหลายคนมาก จนกระทั่งจำไม่ได้ว่ามีใครบ้าง แต่วันนี้อยากจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วก็ไม่จดจำ แต่ถ้าเรามีงานที่ชาวบ้านจำเราได้ จำเรายาวนานกว่านั้น ผมอยากจะเป็นคนที่ชาวบ้านจดจำ ไม่ว่าจะเก้าอี้ไหนก็ตาม





















