จี้‘สปสช.’แจงเส้นทางงบบัตรทองใน7วัน ‘รมว.สธ.’ย้ำภาษีปชช.ต้องตรวจสอบได้!!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รมว.สาธารณสุข ระบุพบงบกองทุนบัตรทองปี 2568 กว่า 60,000 ล้านบาท ไม่ได้ผ่านโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จึงสั่งให้ สปสช.ชี้แจงรายละเอียดภายใน 7 วัน ย้ำทุกบาททุกสตางค์จากภาษีประชาชนต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 5 ส.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงกรณีการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปีงบประมาณ 2568 วงเงินประมาณ 170,000 ล้านบาท หลังมีข้อสงสัยว่างบประมาณราว 60,000 ล้านบาท ไม่ได้ถูกจัดสรรเข้าสู่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

นายพัฒนา กล่าวว่า งบประมาณที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับในปี 2568 หากไม่นับเงินเดือน มีวงเงินประมาณ 170,000 ล้านบาท โดยโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีรายรับจากงบดังกล่าวประมาณ 110,000 ล้านบาท จึงได้ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณส่วนต่างอีกประมาณ 60,000 ล้านบาท ถูกจัดสรรไปที่ใด

จากคำชี้แจงของคณะอนุกรรมการด้านการเงินของ สปสช. ระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท ที่ใช้ผ่านโรงพยาบาลราชวิถีเป็นช่องทางจัดซื้อยา และอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ถูกจัดสรรให้หน่วยบริการนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร ขณะที่งบประมาณอีกส่วนหนึ่งถูกจัดสรรให้คลินิกและหน่วยบริการเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบว่าการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ หากจำเป็นต้องปรับปรุงแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ก็จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นายพัฒนา ระบุว่า โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยบริการหลักที่ดูแลประชาชนราว 80% ของประเทศ จึงเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณควรสะท้อนภารกิจที่รับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่า นโยบายของรัฐบาลคือเงินภาษีของประชาชนทุกบาทต้องสามารถอธิบายที่มาและเส้นทางการใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน และ สปสช.ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ

เมื่อถามว่าหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณดังกล่าวมีฐานกฎหมายรองรับหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบ โดยที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ประธานอนุกรรมการด้านการเงินจัดทำคำชี้แจงภายใน 7 วัน โดยต้องแสดงรายละเอียดหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณ ภารกิจที่ดำเนินการ และหลักฐานการใช้จ่าย เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินถูกนำไปใช้ปฏิบัติงานจริง

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังเร่งผลักดันการบังคับใช้มาตรฐานตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เพื่อกำหนดมาตรฐานการให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ ทั้งในสังกัด สปสช. และหน่วยงานอื่น เพื่อให้การใช้งบประมาณในการดูแลประชาชนเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่ากระทรวงสาธารณสุขใช้งบประมาณกับกิจกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งด้านการรักษา ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ตลอดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ติดตามการบริหารงานของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลักดันการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในระบบสาธารณสุข พร้อมย้ำว่าการบริหารงบประมาณเป็นหน้าที่ของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งต้องยึดหลักใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เท่าที่จำเป็น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img