นายกฯ “อนุทิน” เปิดเวิร์กช็อปขับเคลื่อนงานความมั่นคงระดับพื้นที่ กำชับผู้ว่าฯ-นายอำเภอ-ตำรวจทำงานเป็นทีม ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เดินหน้าปราบยาเสพติด-อาวุธปืน พร้อมย้ำข้าราชการไม่ต้องหวั่นแรงกดดันหรือคำร้องขอช่วยเหลือผู้กระทำผิด หากมีใครโทรอ้างเป็น “พี่หนู” ให้บันทึกเสียงไว้ตรวจสอบ ชี้ตัวจริงไม่โทรสั่งการ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก 25 จังหวัด และผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายว่า จากประสบการณ์การทำงานด้านความมั่นคงและการลงพื้นที่พบปะประชาชน รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ และผู้กำกับการสถานีตำรวจ ทำให้เชื่อมั่นว่า หากฝ่ายปกครองและตำรวจทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดจับมือกับผู้บังคับการตำรวจ นายอำเภอทำงานร่วมกับผู้กำกับการ และปลัดอำเภอประสานกับสารวัตร จะสามารถแก้ไขปัญหาพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ทีมระดับอำเภอใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน หรือ “วันดาต้า” เพื่อให้การทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ซึ่งรัฐบาลเดินหน้าโครงการ “90 วันพิฆาตยาเสพติด” จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่และดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด แม้ข้าราชการบางส่วนจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ก็ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน โดยต้องเร่งทำภารกิจให้เสร็จสิ้นภายในช่วงเวลาที่รับผิดชอบ
นายอนุทินกล่าวถึงปัญหาอาวุธปืนว่า เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ โดยกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ปิดระบบการออกใบอนุญาต ป.3 ในช่วงนี้ ส่งผลให้การซื้อขายและครอบครองอาวุธปืนของบุคคลทั่วไปไม่สามารถดำเนินการได้ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีอาวุธปืนอยู่ในประเทศจำนวนมาก จึงเป็นความเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อยและอาจนำไปสู่เหตุร้ายแรงได้
นายกฯ ขอให้นายอำเภอร่วมกันตั้งด่านตรวจค้น โดยเน้นอาวุธปืนและยาเสพติด พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากผู้ถูกตรวจค้นอาจต่อสู้ขัดขืนได้ ขณะเดียวกันให้เน้นการตรวจจับผู้พกพาอาวุธปืนผิดกฎหมายและดำเนินคดีอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนฉบับใหม่
นายอนุทินยังย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองและตำรวจว่า ไม่จำเป็นต้องสนใจโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจ หากไม่ใช่คำสั่งตามสายงานและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกล่าวติดตลกว่า หากมีผู้โทรมาอ้างว่าเป็น “พี่หนู” หรือนายกรัฐมนตรี ขอให้มั่นใจว่าเป็นตัวปลอม เพราะตัวจริงจะไม่โทรศัพท์สั่งการในลักษณะดังกล่าว พร้อมแนะนำให้บันทึกเสียงการสนทนาไว้เพื่อตรวจสอบ
“ถ้าโทรก็ขอให้อัดเทปไว้ แล้วส่งมาให้ผมตรวจสอบไม่ยาก ผมให้ท่านตรวจพิสูจน์หลักฐาน ถ้ามันเป็นเสียงของใครคนใดคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของผม ผมพูดได้เลยว่านั่นคือวันสุดท้ายของการทำงานของเขา เราทำงานกันแบบนี้ เอากันแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีความสงสัยอะไรทั้งสิ้น” นายกฯ กล่าว
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ สามารถปฏิเสธคำร้องขอที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยจากนี้ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ผู้ปฏิบัติที่ทำตามกฎหมายต้องประสบอุปสรรคในหน้าที่ราชการ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด แต่ต้องช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ และดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด
นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถทำให้อาชญากรรมไม่เกิดขึ้นเลย แต่ต้องทำให้เหตุอาชญากรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยทุกพื้นที่ต้องร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล กำหนดเป้าหมาย และวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองกับตำรวจ พร้อมมีการวัดผลและปรับปรุงแผนงานอย่างต่อเนื่อง
“ผมไม่ได้พูดว่าไม่ให้เกิดเหตุสักเคสเดียว มันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าต้องให้เกิดน้อยที่สุด และต้องไปทำลายต้นตอ สิ่งยั่วยุ มูลเหตุที่มันจะทำให้เกิดเหตุร้ายเหล่านี้ให้มากที่สุด” นายอนุทินกล่าว พร้อมย้ำว่า การทำงานร่วมกันของฝ่ายปกครองและตำรวจจะเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของการทำงานในแต่ละพื้นที่
นายกฯ กล่าวด้วยว่า พร้อมสนับสนุนและร่วมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หากมีโครงการหรือผลงานที่ประสบความสำเร็จ สามารถเชิญให้ลงพื้นที่ไปติดตามได้ เพราะต้องการเห็นการทำงานร่วมกันอย่างมั่นใจและมุ่งมั่น โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการกล่าวมอบนโยบาย นายอนุทินมีอาการเสียงแหบ ไอ และกระแอมเป็นระยะ จนต้องจิบน้ำอุ่นระหว่างการกล่าวมอบนโยบาย



















