‘กรมธุรกิจพลังงาน’หนุนผู้บริโภคใช้ E20 ‘โรงกลั่น’ชงปลดล็อกส่งออกน้ำมันดีเซล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

โรงกลั่นเสนอปลดล็อคส่งออกน้ำมันดีเซล หลังพบน้ำมันล้นคลัง ยอดจัดเก็บสูง 70-80% ขณะที่ความต้องการใช้ช่วงหน้าฝนชะลอตัว ด้าน “กรมธุรกิจพลังงาน” ผนึกค่ายน้ำมันและรถยนต์ หนุนผู้บริโภคใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ช่วยประหยัด 5 บาท/ลิตรเทียบ แก๊สโซฮอล์ 95 จ่อดัน E20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการส่งออกน้ำมัน ว่าได้มีการหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) และกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน หลังจากได้มีการเข้าพบ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอปลดล็อคการส่งออกน้ำมัน เนื่องจากปริมาณจัดเก็บน้ำมันอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่มีปริมาณการจัดเก็บที่ระดับ 70-80% ขณะที่ยอดการใช้ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาปรับลดลงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน รวมทั้งโรงกลั่นฯ ก็มีการปรับลดกำลังการผลิตส่วนหนึ่งด้วย ส่วนจะพิจารณาการส่งออกในลักษณะใดนั้นขึ้นอยู่กับภาคนโยบาย เนื่องจากยังมีความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออกน้ำมันเครื่องบิน หรือ JET A-1 ไปยังบางประเทศแล้ว ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปินส์ และสิงค์โปร์

ทั้งนี้กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กลุ่มค่ายรถยนต์ชั้นนำ 13 แบรนด์ กลุ่มค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ และผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 7 แบรนด์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยการผนึกกำลังในครั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและส่งผลกระทบให้ตลาดน้ำมันโลกมีความไม่แน่นอนสูง

ขณะเดียวกันยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยกำหนดให้น้ำมัน E20 มีราคาที่ถูกกว่าน้ำมันเบนซินประเภทอื่น โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ถูกกว่ามากถึง 5 บาทต่อลิตร รวมทั้งยังมีปั๊มน้ำมันจำหน่าย E20 มากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับความพร้อมของเอทานอลนั้น ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตเพียงพอ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง 28 แห่ง กำลังการผลิตรวม 7 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การใช้จริงอยู่ที่เพียง 3-4 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 50-60% ของกำลังการผลิต ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ในประเทศมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่สามารถรองรับการใช้น้ำมัน E20 ได้แล้ว

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการเลือกใช้น้ำมัน E20 ของผู้บริโภคยังคงมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการรองรับของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในระดับสูง จากจำนวนรถยนต กว่า 4 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 80% ที่สามารถใช้ E20 ได้ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน E20 ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 18% ของปริมาณการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซินเท่านั้น ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลรุ่นรถที่สามารถใช้ E 20 ได้ ผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน

ทั้งนี้ตามแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) มีแนวคิดที่จะส่งเสริมน้ำมัน E20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานของประเทศไทย ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้

สำหรับความร่วมมือในการส่งเสริม E 20 ครั้งนี้ประกอบด้วยพันธมิตรค่ายรถยนต์ชั้นนำ 13 แบรนด์ ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า มาสด้า มิตซูบิชิ ซูซูกิ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ วอลโว่ บีวายดี ดีพอล ฟอร์ด เกรท วอลล์ มอเตอร์ และจีลี่ ร่วมด้วยค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ ได้แก่ ยามาฮ่า ฮอนด้า ซูซูกิ คาวาซากิ และโรยัล เอ็นฟีลด์ พร้อมด้วยผู้ค้าน้ำมันชั้นนำอีก 7 แบรนด์ ได้แก่ พีทีที สเตชั่น บางจาก พีที เซลล์ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และไซโนเปคซัสโก้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img