รมช.มหาดไทยเผยรู้สึกมีกำลังใจ หลัง “อนุทิน” ชื่นชมช่วยแบ่งเบางาน ย้ำการทำงานเป็นหน้าที่ของ ครม. ทุกคน ขณะที่มหาดไทยเร่งบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบ 4 ตั้งเป้าเรียกบรรจุเดือน ต.ค. พร้อมเดินหน้าขยายผลคดีทุจริตสอบ ไม่หยุดแค่การเพิกถอนผู้มีคะแนนผิดปกติ
วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชื่นชมว่า รมช.มหาดไทยช่วยแบ่งเบาภาระงานได้มาก โดยนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า รู้สึกมีกำลังใจจากคำชื่นชมดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานเพื่อประชาชนถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตนเองหรือรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการทำงานของรัฐมนตรีกลุ่ม “ลูกเทพ” ว่าเข้าใจการทำงานมากขึ้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า มองว่าคงเป็นทุกคนมากกว่า ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ทำงานได้ดี เพราะการทำงานของรัฐบาลเป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งคณะ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นแกนนำ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากนายกรัฐมนตรีไม่สนับสนุนการทำงาน คณะรัฐมนตรีก็จะทำงานได้ยาก ดังนั้นจึงต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้การสนับสนุนการทำงานของทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน นายวรศิษฎ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง หลังมีการเพิกถอนผู้ทุจริตเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ได้เข้ารายงานกรอบเวลาการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น รอบที่ 4 สำหรับผู้ที่ยังรอการเรียกจากบัญชี โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถเรียกบรรจุได้ภายในเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ วันที่ 17 กันยายน จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งจะนำเสนอรูปแบบและกรอบเวลาการบรรจุให้ที่ประชุมพิจารณา พร้อมสรุปวันบรรจุให้ชัดเจน โดยกระทรวงมหาดไทยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากผู้ที่รอการบรรจุจำนวนมากต้องรอมานานหลายเดือนแล้ว
สำหรับการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่จบเพียงเท่านี้ โดยกระทรวงมหาดไทยพยายามเร่งนำผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริตกลับเข้าสู่ระบบให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันจะดำเนินการนำผู้ที่มีคะแนนหรือพฤติกรรมผิดปกติออกจากระบบโดยเร็ว
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวถือว่าเดินหน้ามาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่ในส่วนของการดำเนินคดีอาญานั้น ยังต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
หลังจากนายกรัฐมนตรีแถลงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมาเกี่ยวกับประเด็นการริบทรัพย์ ก็ยังพบว่ามีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ทีมทำงาน ตำรวจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะร่วมกันขยายผลการดำเนินคดีต่อไป
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการ คืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบผ่านโดยสุจริต พร้อมดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างถึงที่สุด เพื่อให้กระบวนการสอบและการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นกลับมาอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความเป็นธรรม



















