“เทพไท”เสนอ 2 ทางเลือกปฏิรูป“กกต.” ควรยุบองค์กรหรือเหลือแค่บอร์ดเลือกตั้ง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท เสนพงศ์” เสนอปฏิรูปโครงสร้าง กกต. ชี้ควรพิจารณายุบองค์กรกลับไปใช้กลไกมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง หรือปรับเหลือเพียงบอร์ด กกต. ทำหน้าที่กำกับดูแล พร้อมแยกอำนาจสอบสวนและชี้ขาดคดีเลือกตั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและศาล หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพการทำงาน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความถึงกรณีการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ซึ่งมีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยมีข้อเสนอปฏิรูปโครงสร้างและปรับลดอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อแยกบทบาทผู้จัดการเลือกตั้งออกจากผู้ตรวจสอบและวินิจฉัยความผิด

เสนอยุบ กกต. เปลี่ยนเป็นบอร์ดกกต.

ในการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้(วันที่ 21 กันยายน 2569) มีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ซึ่งข้อเสนอสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้าง และริบอำนาจบางส่วนของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อแยกบทบาทผู้จัด และผู้ตรวจสอบการเลือกตั้งออกจากกัน ซึ่งที่ประชุมของวุฒิสภา มีสมาชิกวุฒิสภาหลายคนอภิปรายแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการแบ่งแยกอำนาจของกกต. บ้างก็ให้มีหน้าที่แค่จัดการเลือกตั้ง ส่วนการตัดสินให้ใบเหลือง ใบแดง เป็นหน้าที่ของศาล ปรับเรื่องโครงสร้าง คุณสมบัติของกกต. เรื่องอายุ เรื่องการดำรงตำแหน่ง การกำหนดวาระ และมีการเสนอเรื่องอำนาจการถอดถอน ให้สภาผู้แทนราษฎรและประชาชนมีส่วนในการถอดถอนคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) และมีข้อเสนออื่นๆอีกหลายข้อ

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และติดตามการทำหน้าที่ของกกต.มาตั้งแต่เริ่มมีกกต.ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 จนถึงปัจจุบัน มีทั้งประสบการณ์ตรง และประสบการณ์ในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้การจัดการเลือกตั้งของกกต. ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำหน้าที่กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่การมีกกต.ชุดแรก ได้ทำหน้าที่เรียกความเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชนได้มากพอสมควร

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกกต. เริ่มลดน้อยถอยลง จนถึงปี 2549 ที่คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต.ชุดหนึ่ง ถูกศาลพิพากษาจำคุกในการปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต และหลังจากนั้นบทบาทของกกต.ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนเลย จนถึงคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ชุดปัจจุบัน มีการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเป็นจำนวนมาก เพราะผลการเลือกตั้งปี 2562 และการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 จนถึงการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2569 มีการซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร กกต.ไม่สามารถจับคนซื้อเสียงและให้ใบแดงใบเหลืองกับผู้สมัครคนใดได้เลย

จนถึงล่าสุดมีการเลือกตั้งส.ว. บทบาทของกกต.ไม่สามารถจับการโกงส.ว. หรือการฮั้วส.ว.ได้เลย จนถึงปัจจุบันได้มีมติส่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วส.ว. จาก 229 คน ส่งไป 77 คน และมีมติไม่ส่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว.ที่เป็นนักการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมืองเลย ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงขั้นเสนอให้ยุบกกต. หรือบอกว่ามีกกต.ทำงานแบบนี้สิ้นเปลืองงบประมาณภาษีของประชาชน ทำงานไม่คุ้มค่ากับภาษีของประชาชน

ผมจึงอยากเสนอความคิดเห็น แบ่งออกเป็น2ส่วน คือ

1.คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ให้กลับไปใช้การเลือกตั้งแบบเดิม ก่อนมีรัฐธรรมนูญปี 2540 คือใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และเคยจัดการเลือกตั้งมาก่อน เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นการจัดการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และการจัดการเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทย มีปัญหาน้อยกว่าการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)

2.ถ้าจะมีคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ให้มีเฉพาะคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) หรือบอร์ดการเลือกตั้ง ซึ่งเหมือนกับคณะกรรมการเลือกตั้งในหลายประเทศ ที่มีศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง แต่ใช้กลไกหรือเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนอื่นๆ มาเป็นเครือข่ายในการทำงานทั้งสิ้น เช่น ใช้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือดีเอสไอ หรือองค์กรใดที่เกี่ยวข้องกับการปราบปราม การป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง ส่วนการให้ใบเหลืองใบแดงแก่ผู้กระทำความผิดเลือกตั้ง ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ หรือปปง.ที่จะต้องประสานงานกัน รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งมอบให้กับศาลยุติธรรมหรือศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสิน

จึงอยากจะเสนอแนวความคิดว่า ถ้าหากจะปรับปรุงบทบาทของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อยากจะเสนอปรับปรุงบทบาทของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย และให้มีบทบาทในการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img