“ป้าดา-ลุงแหวน” พากลุ่มทายาท “ตาเฮียง” เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ร้องตรวจสอบการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ตั้งข้อสงสัยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ดิน พร้อมขอให้ตรวจสอบสถานะที่ดินและเอกสารการจัดตั้งวัด ยืนยันเป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินของครอบครัว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ย. น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” พร้อมนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน” นางบัวไข สรสมุทร และกลุ่มทายาทของ “ตาเฮียง” เดินทางมายังศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. แจ้งความร้องทุกข์กรณีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น พร้อมขอให้ตรวจสอบกระบวนการโอนที่ดินดังกล่าว
นายวรเดชกล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยฝ่ายทายาทตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่บางรายอาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่รายอื่นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว
ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายทายาทต้องการให้ตรวจสอบ คือสถานะของที่ดินและวัตถุประสงค์เดิมในการมอบที่ดิน โดยฝ่ายทายาทระบุว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวถูกมอบไว้เพื่อสร้างวัด แต่เห็นว่าการโอนโฉนดครั้งล่าสุดอาจไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้ให้ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

นายวรเดชยังระบุว่า ฝ่ายทายาทเห็นว่าที่ดินที่มีการโอนเป็นที่ดินตามมาตรา 33 (2) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวัด และแตกต่างจากที่ดินที่ฝ่ายทายาทยอมรับว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การโอนกรรมสิทธิ์ควรพิจารณาถึงวัตถุประสงค์เดิมของการมอบที่ดินด้วย
นอกจากนี้ ฝ่ายทายาทยังนำเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับการขอตั้งวัดในปี 2541 มาประกอบการร้องเรียน โดยระบุว่าเอกสารบางส่วนมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างภายในบริเวณวัดจำนวน 12 รายการ แต่เมื่อฝ่ายทายาทลงพื้นที่ตรวจสอบกลับไม่พบสิ่งก่อสร้างตามที่ระบุ จึงต้องการให้ตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ และกระบวนการขอตั้งวัดเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
ด้าน น.ส.ชมมณี หรือ “ป้าดา” กล่าวว่า ที่ผ่านมาครอบครัวถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องการที่ดินของวัด แต่ยืนยันว่า ฝ่ายทายาทมองว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ และครอบครัวต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์มานานกว่า 20 ปี

ป้าดาระบุว่า ที่ผ่านมาครอบครัวเคยสอบถามข้อมูลจากหลายหน่วยงานเกี่ยวกับสถานะของที่ดินประมาณ 21 ไร่ และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของวัดแตกต่างกัน โดยมีทั้งข้อมูลว่ามีสถานะเป็นวัดตั้งแต่ปี 2492 ปี 2525 และปี 2541 จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า สถานะของวัดเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด และมีเอกสารใดเป็นหลักฐานยืนยัน
นอกจากนี้ ป้าดาระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ทายาทได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น แต่ต่อมายังมีการโอนโฉนดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. จึงต้องการให้ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายทายาทระบุว่าประเด็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังมีข้อพิพาททางกฎหมาย
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อสงสัยทั้งหมดเป็นข้อมูลและมุมมองจากฝ่ายทายาท ซึ่งได้ยื่นเรื่องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้ว ยังต้องรอผลการตรวจสอบเอกสาร ข้อเท็จจริง และคำชี้แจงจากหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องอีกฝ่ายก่อน จึงจะสามารถสรุปได้ว่าการโอนที่ดินหรือกระบวนการจัดตั้งวัดมีความผิดปกติหรือผิดกฎหมายหรือไม่
ป้าดาย้ำว่า การเดินทางมาแจ้งความครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะเอาที่ดินของวัด แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายนำเอกสารหลักฐานมาแสดง เพื่อพิสูจน์สถานะของที่ดินและสิทธิในกรรมสิทธิ์อย่างเป็นธรรม


















