“ทวิดา” เผยคนกรุงลงทะเบียนเยียวยาผ่านแอปฯ ทางรัฐแล้วกว่า 5.2 แสนราย ย้ำ “โฉนดที่ดิน” ไม่ใช่เอกสารบังคับ ขอเพียงมีหลักฐานยืนยันว่าอาศัยอยู่จริง เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินความเสียหาย พร้อมเร่งโอนเงินล็อตแรกภายในสัปดาห์นี
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่า ขณะนี้มีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แล้วประมาณ 522,000 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลทะเบียนบ้านเพื่อป้องกันการยื่นซ้ำซ้อน โดย กทม.ตั้งเป้าเร่งดำเนินการให้สามารถโอนเงินช่วยเหลือล็อตแรกได้ภายในสัปดาห์นี้
ส่วนช่องทางเว็บไซต์ Claim.bangkok มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 50,300 ราย ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบและประเมินมูลค่าความเสียหายตามจริง จึงอาจใช้เวลานานกว่า ขณะที่ผู้ที่ยื่นเรื่องผ่านสำนักงานเขตมีแล้ว 2,498 ราย โดย กทม.ได้เปิดจุดบริการช่วยลงทะเบียนออนไลน์เพิ่มเติมอีก 22 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
สำหรับข้อกังวลเรื่องเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดที่ดิน นางสาวทวิดายืนยันว่า ไม่ใช่เอกสารบังคับ แต่เป็นหลักฐานทางเลือก ผู้ขอรับความช่วยเหลือสามารถใช้เอกสารที่แสดงตัวตนและยืนยันว่าเป็นเจ้าของบ้าน ผู้เช่า หรือมีสิทธิในที่อยู่อาศัยได้ หากไม่มีหลักฐานเพียงพอ สามารถยื่นคำร้องผ่านสำนักงานเขตเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม
รองผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงกรณีผู้พักอาศัยในแฟลตคลองจั่นด้วยว่า หากน้ำเข้าบ้านจนเกิดความเสียหายสามารถยื่นขอความช่วยเหลือได้ โดยเจ้าของบ้านสามารถขอค่าซ่อมแซม ส่วนผู้เช่าสามารถขอความช่วยเหลือในส่วนของค่าเช่า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ และค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ พร้อมใช้ภาพถ่ายความเสียหายประกอบการพิจารณา ขณะที่กรณีน้ำท่วมเพียงบางส่วนก็สามารถยื่นขอเงินอุดหนุนเพื่อการดำรงชีพได้
ทั้งนี้ กทม.เตรียมร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายสำหรับคำร้องผ่าน Claim.bangkok โดยขอให้ประชาชนแนบภาพความเสียหายและใบเสร็จค่าซ่อมแซมผ่านระบบ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบรวดเร็วขึ้น พร้อมตั้งเป้าให้กระบวนการประเมินใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน
นางสาวทวิดากล่าวว่า การขอเอกสารจำนวนหนึ่งมีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าผู้ยื่นคำขออาศัยอยู่ในพื้นที่จริงและได้รับความเสียหายจริง เนื่องจากบางพื้นที่มีทั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่า หากตรวจสอบไม่รอบคอบอาจเกิดปัญหาการจ่ายเงินซ้ำซ้อนหรือจ่ายให้ผู้ไม่มีสิทธิ และหากตรวจพบความไม่ถูกต้องภายหลัง อาจต้องปรับหรือเรียกเงินคืน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนโอนเงิน
สำหรับจุดบริการลงทะเบียนเพิ่มเติม 22 แห่ง ประกอบด้วยศูนย์นันทนาการ 7 แห่ง ศูนย์กีฬา 5 แห่ง และห้องสมุดประชาชน 10 แห่ง โดยศูนย์นันทนาการและศูนย์กีฬาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น. ส่วนห้องสมุดประชาชนเปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. และหยุดวันจันทร์



















