“เทพไท” มองปมเงินบริจาค “สุชาดา” ให้ภูมิใจไทย อาจยังไปไม่ถึงขั้นยุบพรรค ชี้แม้มีข้อสงสัยเรื่องเส้นทางเงิน แต่การพิสูจน์ว่าเป็นเงินผิดกฎหมายทำได้ยาก พร้อมเตือนสังคมแยก “ความรู้สึก” ออกจาก “ข้อเท็จจริง” รอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้ชัดเจน
เมื่อวันที่ 17 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีนายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยข้อสังเกตเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย โดยตั้งคำถามถึงการบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจของนายไท่หย่าง ซาง สามี และธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ จนอาจกระทบต่อสถานะของพรรคและนำไปสู่ประเด็นการยุบพรรคเ
นายเทพไท กล่าวว่า ภายหลังนายศิริโชคออกมาเปิดประเด็นดังกล่าว มี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนออกมาตอบโต้และพยายามตั้งข้อสังเกตถึงแรงจูงใจ โดยนำผลการเลือกตั้งที่นายศิริโชคพ่ายแพ้ให้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยถึง 3 ครั้ง มาเชื่อมโยงว่าอาจเกิดจากความแค้นส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม นายเทพไทมองว่า เจตนาของนายศิริโชคคือการเปิดเผยข้อเท็จจริงและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดาถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้ น.ส.สุชาดาเคยออกมาท้าทายให้มีการตรวจสอบ และเมื่อมีการตรวจสอบรายละเอียดมากขึ้น ก็พบประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยหลายประการ
นายเทพไท ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวจึงทำให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยออกมาชี้แจงและปกป้อง เพื่อไม่ให้เรื่องขยายวงไปถึงระดับพรรค โดยเฉพาะเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่า หากเงินบริจาคดังกล่าวมีที่มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทยได้
พร้อมกันนี้ นายเทพไท ยังยกกรณีนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเคยได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 1 แต่ภายหลังถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคยปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ และให้เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องต่อสู้ทางกฎหมายกันเอง
นายเทพไท กล่าวว่า หากพิจารณากรณีของ น.ส.สุชาดา ก็อาจมีลักษณะเช่นเดียวกัน หากมีการกล่าวหาว่าสามีเกี่ยวข้องกับธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ แต่เหตุที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายคนออกมาตอบโต้ในครั้งนี้ เนื่องจากประเด็นเงินบริจาคถูกเชื่อมโยงไปถึงความเสี่ยงที่พรรคอาจถูกยุบ
“ในความเห็นส่วนตัว แม้ข้อเท็จจริง น.ส.สุชาดาได้บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยจริง แต่ถ้าดูเส้นทางเงินค่อนข้างจะห่างไกล และพิสูจน์ได้ยากว่าเป็นเงินที่ผิดกฎหมายหรือไม่” นายเทพไทกล่าว
นายเทพไท ยังประเมินว่า เมื่อเรื่องอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดปัจจุบัน ก็มีเหตุอันควรเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทยอาจรอดพ้นจากคดียุบพรรคได้ พร้อมยกกรณีคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. หรือฮั้ว สว. ที่ตนมองว่ามีหลักฐานชัดเจนและเป็นที่รับรู้ของสังคม แต่พรรคภูมิใจไทยก็ยังรอดพ้นจากการถูกยุบพรรคมาได้
“เพราะฉะนั้น ไม่อยากให้สังคมสับสน ต้องแยกให้ออกระหว่างความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อพรรคภูมิใจไทย กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมว่า จะออกมาในลักษณะเช่นไร”นายเทพไท กล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า ทุกฝ่ายควรรอข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลและจะมีบทสรุปอย่างไร ไม่ควรด่วนสรุปล่วงหน้าว่าประเด็นดังกล่าวจะนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย



















