“เทพไท” ชี้ 5 ประเด็นตั้งข้อสังเกตการเมืองระบอบสีน้ำเงิน ทั้งยื้ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ฟ้องปิดปากประชาชน จำกัดอำนาจกรรมาธิการ ปมสปายแวร์เพกาซัส และ กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจศาลฎีกา หวั่นกระทบกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล
เมื่อวันที่ 5 พ.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง โพสต์ข้อความในหัวข้อ “5 กับดัก คุกคาม การตรวจสอบระบอบสีน้ำเงิน” มีรายละเอียดว่า…ช่วงนี้มีกระบวนการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ทั้งภายในสภาผู้แทนราษฎร และนอกสภาผู้แทนราษฎรคู่ขนานกันไป การตรวจสอบในสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน และมีกระบวนการใช้คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายรัฐบาล
ภายนอกสภาผู้แทนราษฎร มีการเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น กรณีม็อบรถยนต์ 1,000 คัน หรือคาร์ม็อบของกำนันมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย จังหวัดกระบี่ นัดรวมพลที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เคลื่อนขบวนมายังประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และราคาน้ำมันแพง
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลก็ใช้วิธีการปิดกั้นการตรวจสอบที่มีต่อรัฐบาล ซึ่งมีมาตรการออกมาในหลายด้าน เช่น
1. รัฐบาลปิดกั้นการตรวจสอบของฝ่ายค้าน จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ฝ่ายค้านยื่นข้อเสนออภิปรายใช้เวลา 5 วัน แต่รัฐบาลเปิดโอกาสให้อภิปราย 3 วัน ในที่สุดก็พบกันครึ่งทาง 4 วัน และฝ่ายรัฐบาลก็ยื้อเวลาออกไป จากการที่ควรจะได้บรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ในที่สุดรัฐบาลมีข้ออ้างว่า วาระงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเต็มหมดในช่วงเดือนพฤศจิกายน จึงไปกำหนดวันอภิปรายในวันที่ 7 ถึง 11 ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ และอยู่ในพระราชพิธีอันสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ความสนใจของประชาชนต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจน้อยลง
2. มีกระบวนการฟ้องปิดปากประชาชน ไม่ให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาล หรือคดีความใด ๆที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล นับตั้งแต่มีการออกมาเปิดโปงขบวนการฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี และแกนนำของพรรคภูมิใจไทย
คนที่นำข้อเท็จจริงมาเปิดโปง ก็ถูกฟ้องดำเนินคดีในต่างจังหวัดหลายจังหวัด ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และ สส.ของพรรคภูมิใจไทยใช้สิทธิ์ฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาท และยังมีการฟ้องร้องในคดีอื่นๆอีกหลายคดี ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล จนทำให้ สส.พรรคภูมิใจไทยประกาศชัดเจนว่า พร้อมที่จะฟ้องดำเนินคดีต่อผู้ที่กล่าวหารัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยทุกคน
3. ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้อำนาจออกหนังสือเวียนถึงแนวทางการปฏิบัติของประธานกรรมาธิการ 35 คณะ ในการบรรจุวาระการประชุม หรือเรียกบุคคลอื่นเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ต้องใช้มติของที่ประชุม ไม่อนุญาตให้ประธานใช้อำนาจตามความเหมาะสม หรือใช้สิทธิความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ บรรจุวาระการประชุม หรือเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุม
ถ้าเป็นเช่นนี้จะทำให้การตรวจสอบไม่สามารถทำได้ เพราะเสียงส่วนใหญ่ในคณะกรรมาธิการเป็นของฝ่ายรัฐบาล ถ้าหากจะเชิญบุคคลที่ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยให้เชิญ ก็จะมีมติปิดกั้นไม่ให้มีการเชิญ จะทำให้เป็นการปิดกั้นการตรวจสอบของฝ่ายค้าน
4. มีการใช้วิธีการล้วงข้อมูล หรือเจาะข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โดยใช้สปายแวร์ เพกาซัส เจาะข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นการคุกคาม และเป็นการล้วงความลับจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ปรากฏชัดว่า เป็นฝีมือของใคร แต่เป็นที่เข้าใจได้ว่า โปรแกรมสปายแวร์ เพกาซัส ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของและเข้าถึงได้ จึงทำให้มีข้อสงสัยว่า การใช้สปายแวร์ เพกาซัส เจาะข้อมูลในมือถือของฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง เป็นการคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามหรือไม่
5. จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่เสียงส่วนใหญ่ได้มาจากการโหวตของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ หรือที่เรียกกันว่าชุดสีน้ำเงิน ได้มีมติ 5 ต่อ 2 ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความอำนาจของศาลฎีกา ตามมาตรา 210 (2) ว่ามีอำนาจที่จะวินิจฉัยการทำหน้าที่ของ กกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. หรือไม่ ถือได้ว่าเป็นการตัดตอน หรือปิดกั้นการทำหน้าที่ของศาลฎีกา โดยใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือมาปิดกั้นการทำหน้าที่ของศาลฎีกา เพราะอาจจะเห็นว่าศาลฎีกาไม่สามารถทำให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงได้ จึงจำเป็นต้องตัดตอนไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกระบวนการของ กกต. โดยยืมมือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของการทำหน้าที่องค์กรอิสระ ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร
ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะเป็นพฤติกรรมของการเมืองระบอบสีน้ำเงิน ที่เข้ามาคุกคามปิดกั้นการตรวจสอบของฝ่ายต่าง ๆ ที่มีต่อรัฐบาล และกระบวนการทางการเมืองของการเมืองระบอบสีน้ำเงิน



















