วันศุกร์, เมษายน 4, 2025
หน้าแรกHighlightชงบอร์ดปตท.ดึงเงินโรงแยกก๊าซ 6,000 ล้านอุ้มค่าไฟฟ้า
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ชงบอร์ดปตท.ดึงเงินโรงแยกก๊าซ 6,000 ล้านอุ้มค่าไฟฟ้า

ลุ้นประชุมบอร์ดปตท.วันนี้ พิจารณามติ กพช. ขอให้ ปตท. จัดสรรรายได้จากการดำเนินธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ระยะเวลา 4 เดือน วงเงิน 6,000 ล้านบาท อุดหนุนลดต้นทุนค่าไฟฟ้า รวมทั้งพิจารณางบลงทุน 5 ปี ปตท. (2566-70)


แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. วันนี้ (15 ธ.ค.2565) จะมีการพิจารณาวาระแนวทางการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ กพช.ขอความร่วมมือจาก ปตท. จัดสรรรายได้จากการดำเนินธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน (ตั้งแต่ ม.ค.-เม.ย.2566) รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อมาสนับสนุนในรูปแบบที่เหมาะสมในการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า

โดยแนวทางลดต้นทุนค่าไฟฟ้า อาจเป็นรูปแบบส่วนลดราคาค่าก๊าซธรรมชาติให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หลังจากนั้น กฟผ. จะนำไปเป็นส่วนลดให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ต่อไป ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือลดค่าไฟฟ้าแก่กลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 500 หน่วยต่อเดือน หรือต้องการตรึงค่าไฟฟ้ากลุ่มดังกล่าวไว้ จากงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2565) อยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้บอร์ด ปตท.มีวาระการพิจารณาราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) หลังจากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขอให้ ปตท. กำหนดราคาขายปลีกก๊าซ NGV ดังนี้ รถยนต์ทั่วไป ให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซ NGV จาก 16.59 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 17.59 บาทต่อกิโลกรัม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2565 เป็นต้นไป

ขณะที่รถแท็กซี่ในโครงการเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน ของ ปตท. ให้คงราคาขายปลีกก๊าซ NGV ไว้ที่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2565 ถึงวันที่ 15 มี.ค.2566 ซึ่งการช่วยเหลือตามแนวทางนี้ คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือของ ปตท. ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2565 ถึงวันที่ 15 มี.ค. 2566 อยู่ที่ 2,682 ล้านบาท (รถยนต์ทั่วไป 2,407 ล้านบาท และรถแท็กซี่ 275 ล้านบาท)

นอกจากนี้ คณะกรรมการปตท.มีวาระพิจารณางบลงทุน ปตท. 5 ปีนี้ (ปี 2566-2570) เพื่อใช้ลงทุนในหน่วยธุรกิจต่างๆ เทียบกับงบลงทุน 5 ปีงวดปี 2565-2569 ของ ปตท. กำหนดวงเงินรวม 102,165 ล้านบาท ใช้ลงทุนในธุรกิจหลัก (Core Businesses) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 65% โดยลงทุนโครงการดังนี้คือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 7 และ 8 โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 และการขยายขีดความสามารถของสถานีรับจ่าย LNG แห่งที่ 2 (หนองแฟบ) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 เป็นต้น นอกจากนี้ ปตท. ยังได้จัดเตรียมงบลงทุนในอนาคต (Provisional Capital Expenditure) ในระยะ 5 ปีอีก 238,032 ล้านบาท เพื่อการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่สอดรับวิสัยทัศน์ใหม่เน้นธุรกิจพลังงานสะอาดเพื่อไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ภายหลังจากบอร์ด ปตท.พิจารณาแนวทางการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าแล้ว นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ปตท. กฟผ. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในช่วงเย็นวันที่ 15 ธ.ค.2565 เพื่อหารือค่าไฟงวดใหม่ (ม.ค.-เม.ย.2566) ที่เดิมต้องปรับสูงขึ้น แต่ภายหลังมีเงินจากปตท.เข้ามาช่วย จะต้องพิจารณาค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2566 ในกลุ่มภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยใหม่จะสามารถตรึงไว้ที่ระดับเดิมได้หรือไม่

โดยตัวเลขค่า Ft งวดใหม่ออกมาในช่วงกลางสัปดาห์หน้า ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ค่า Ft งวดใหม่อาจ ขยับขึ้นบ้าง ส่วนข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เกี่ยวกับมาตรการดูแลต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการอาทิ ชะลอการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าให้ไม่เกิน 4.72 บาทต่อหน่วยนั้น กระทรวงฯจะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img