“สมาคมธนาคารไทย” คลอด 2 แนวทาง เร่งช่วยเหลือลูกหนี้บ้าน-รถยนต์ ทั้งรายย่อย-เอสเอ็มอี พร้อมคุมเข้มการก่อหนี้ หวังลดปัญหาหนี้ครัวเรือน-อุดช่องใช้โอกาสจากมาตรการจงใจเบี้ยวหนี้ในอนาคต
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีเอ็มบีธนชาต(ทีทีบี) เปิดเผยผลการหารือระหว่างกระทรวงการคลังร่วมหารือกับสมาคมธนาคารไทยเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) และกลุ่มหนี้เสียไม่เกิน 1 ปี ซึ่งมีประมาณกว่า 1 ล้านราย เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ได้และสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบว่า เบื้องต้นมีการหารือร่วมกันในการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้บ้านและรถยนต์ที่มียอดค้างชำระไม่เกิน 360 วัน ซึ่งใน 2 หลักการ คือ
1.การช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่มีกำลังผ่อนชำระ จะกำหนดให้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการจะผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นเท่านั้น และลูกหนี้จะได้รับยกเว้นสำหรับดอกเบี้ยที่พักไว้เมื่อสามารถปฎิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดประมาณ 3-5 ปี
2.ลูกหนี้ที่เข้าโครงการต้องตระหนักถึงผลกระทบส่วนหนึ่งจากการเข้ามาตรการดังกล่าว คือ ลูกหนี้ต้องหยุดการก่อหนี้ระยะหนึ่ง และหากไม่สามารถทำได้จะยุติหลักเกณฑ์ที่จะได้รับข้อยกเว้นสำหรับดอกเบี้ยที่พักแขวนไว้ โดยลูกหนี้รายดังกล่าวจะกลับเข้าสู่สถานะ “ผิดนัดชำระหนี้”
“ซึ่งแนวทางดังกล่าวเหมือนเข้าไปรักษาการคนที่เป็นมะเร็งต้องมีการให้คีโมซึ่งรู้กันอยู่ว่าจะต้องมีผลกระทบกับผู้ได้รับคีโม แต่ก็มีโอกาสที่จะรอดกลับมาใช้ชีวิตหรือทำมาหากินต่อไปได้ แต่ต้องทำใจเช่นกันว่ามีส่วนหนึ่งที่จะกลับมาไม่ไหว เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ถือว่าไม่น้อย” นายปิติ กล่าว
ส่วนกลุ่มที่คิดจะถือโอกาสหยุดชำระหนี้เพื่อให้ได้รับการพักดอกเบี้ย ก็ไม่ควรจะเข้ามา เพราะจะมีผลข้างเคียงที่ไม่น้อยเช่นกัน คือจะต้องโดนควบคุมความประพฤติเรื่องการก่อหนี้ที่เข้มงวด ซึ่งจากตัวเลขเอ็นพีแอลของระบบที่ประมาณ 3% หมายความว่า สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ที่อยู่ใน 3% นี้สามารถเข้าโครงการได้หมด
อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดต่างๆและขั้นตอนของมาตรการนี้ รวมถึงการดูแลรายได้ของธนาคารเจ้าหนี้ที่จะสูญเสียนั้น ทางกระทรวงการคลังกับธปท.จะมีรายละเอียดออกมาให้เร็วที่สุด เพราะสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยในปัจจุบันถือว่าหนักแล้ว
ดังนั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามาช่วยกัน เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่านี้ เพราะเมื่อหนี้มีปัญหามาก ธนาคารเองต้องเข้มงวดในการปล่อยกู้ ซึ่งก็วนกลับไปสู่ธุรกิจและระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีเงินไปหมูนเวียนต่อเนื่อง เชื่อว่าเมื่อมีมาตรการนี้ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาจะช่วยให้ภาพรวมด้านต่างๆ เริ่มดีขึ้น
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาธนาคารดูแลลูกหนี้ ทั้งแก้หนี้และรวมหนี้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้มาอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลูกค้ามากกว่า 31,000 ราย สำหรับการลดมูลหนี้ให้ลูกค้ามากกว่า 10,000 ล้านบาท ที่สำคัญช่วยลูกค้าให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยลงเกือบ 2,000 ล้านบาท
พร้อมสนับสนุนให้ลูกค้าเข้าถึงการออมและการลงทุนได้มากขึ้น ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆและการให้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยี่พยายามให้ความคุ้มครองคนตัวเล็ก ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดูแลชีวิตของคนไทยใหดีขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้นโดยผนวกกับความยั่งยืนควบคู่กับธุรกิจและบุคคลภายใต้กรอบ B+ESG