วันพฤหัสบดี, เมษายน 3, 2025
หน้าแรกHighlight“เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย” หลังดอลลาร์แข็ง จับตาตัวเลขส่งออกไทย
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย” หลังดอลลาร์แข็ง จับตาตัวเลขส่งออกไทย

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.18 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” หลังดอลลาร์แข็ง ขณะที่ปริมาณธุรรรมตลาดการเงินที่เบาบางล เนื่องวันหยุดเทศกาล Christmas ลุ้นรายงานยอดการค้าระหว่างประเทศเดือนพฤศจิกายนของไทย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.18 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ 34.15 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่โดยยังคงเป็นการแกว่งตัวในกรอบ Sideways (กรอบการเคลื่อนไหว 34.12-34.20 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางปริมาณการทำธุรกรรมต่างๆ ในตลาดการเงินที่เบาบางลง เนื่องในช่วงใกล้วันหยุดเทศกาล Christmas ซึ่งหลายตลาดก็ได้หยุดทำการไป และบางส่วนก็อาจเปิดทำการเพียงครึ่งวัน เช่น ในฝั่งสหรัฐฯและอังกฤษ ทำให้โดยรวมปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเงินบาท ทั้งเงินดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ และราคาทองคำ ต่างก็เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติมก่อนที่จะเลือกทิศทางการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนในระยะถัดไป

ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) แม้จะเปิดทำการเพียงครึ่งวัน หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ และหุ้นธีม AI นำโดย Tesla +7.4%, Broadcom +3.2% นอกจากนี้การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯยังมีลักษณะ Broad-based ทำให้ “Santa Rally” ดูจะเป็นความจริงได้ในปีนี้ โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +1.35% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด +1.10%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.32% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นอังกฤษ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ ตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่รีบาวด์ขึ้นบ้างในระยะสั้น นอกจากนี้ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการรีบาวด์ขึ้นของหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่าง ASML +0.7%

ด้านตลาดบอนด์ ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คงกังวลว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด ได้หนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯมีจังหวะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4.62% ก่อนที่บรรดาผู้เล่นในตลาดบางส่วนจะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาว กดดันให้บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯย่อตัวลงบ้าง กลับสู่ระดับ 4.59%

ซึ่งภาพดังกล่าว ก็สอดคล้องกับมุมมองของเราว่า ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาว ในจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯได้ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 4.50% ทำให้เราคงคำแนะนำเดิมให้รอทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาว ในจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น ตามกลยุทธ์ Buy on Dip เนื่องจาก Risk-Reward ของผลตอบแทนรวม (Total Return) ของบอนด์ระยะยาวนั้นยังมีความน่าสนใจอยู่

ทางด้านตลาดค่าเงินนั้นพบว่า เงินดอลลาร์โดยรวมเคลื่อนไหว Sideways โดยมีจังหวะผันผวนไปตามทิศทางบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ตามการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างระหว่างบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯกับญี่ปุ่นเช่นกัน นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างก็รอจังหวะทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 108.1 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 108.0-108.3 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างยังคงรอทยอยขายทำกำไรสถานะ Long ทองคำ ตามที่เราได้ประเมินไว้ ทำให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.2025) ยังคงไม่สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้และแกว่งตัวในกรอบโซน 2,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจอาจมีไม่มากนัก อีกทั้งในฝั่งต่างประเทศจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาล Christmas ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินอาจเบาบาง ส่งผลให้ตลาดการเงินอาจมีความผันผวนเกิดขึ้นได้ หากมีธุรกรรมใหญ่ๆ เข้ามา

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดการค้าระหว่างประเทศเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วง 13.30 น. ซึ่งเราประเมินว่า ยอดการส่งออก (Exports) มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ทว่าอาจต้องรอติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ดุลการค้า (Trade Balance) ของไทยจะสามารถเกินดุลได้หรือไม่ หลังในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าการส่งออกจะฟื้นตัวดีขึ้น ทว่าดุลการค้าของไทยส่วนใหญ่ก็ยังคงขาดดุลอยู่

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways เนื่องจากบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างก็รอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ทว่าโซนแนวรับเงินบาทอาจขยับมาแถว 34.10 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวต้านอาจยังคงอยู่แถว 34.30 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า ควรรอจับตาความผันผวนของเงินบาทในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลยอดการส่งออกและการนำเข้า (Exports and Imports) เดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงินบาทในระยะสั้นได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากประเทศเศรษฐกิจหลักไม่มาก

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.10-34.30 บาทต่อดอลลาร์

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img