วันจันทร์, มีนาคม 31, 2025
หน้าแรกHighlightพาณิชย์เร่งตรวจสอบธุรกิจเข้าข่ายนอมินี พุ่งเป้า26,830ราย/เน้นท่องเที่ยว-อสังหา
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

พาณิชย์เร่งตรวจสอบธุรกิจเข้าข่ายนอมินี พุ่งเป้า26,830ราย/เน้นท่องเที่ยว-อสังหา

“อรมน” เผยเตรียมตรวจสอบสอบธุรกิจที่มีแนวโน้มเข้าข่ายเป็นนอมินี เป้าหมายนิติบุคคล 26,830 ราย เน้นธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาฯ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนตรวจสอบธุรกิจที่มีแนวโน้มเข้าข่ายเป็นนอมินี มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคล 26,830 ราย เน้นธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาฯ ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต โลจิสติกส์และการขนส่ง แพลตฟอร์มออนไลน์ และคลังสินค้า ซึ่งในปี 2567 กรมได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งสิ้น 26,019 ราย ใน 4 ธุรกิจ คือ ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์  ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง โดยได้คัดกรองตรวจสอบอย่างเข้มข้นเหลือ 498 ราย และยุติเรื่องไปแล้ว 371 ราย เพราะไม่พบความเสี่ยง ส่วนอีก 64 ราย ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดเกี่ยวกับบัญชี รวมทั้งได้ส่งเรื่องต่อให้กรมสรรพากรดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 63 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ พบว่ามี 4 ราย ที่ต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็นนอมินี อยู่ในกรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจะส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผลการตรวจสอบต่อไป

ส่วนผลการจับกุมและดำเนินคดีกับนอมินีที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2567 – 31 ม.ค. 2568ว่า มีทั้งหมด 820 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 12,495 ล้านบาท ประกอบด้วย  4 กลุ่มหลัก คือ 1.อสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง 228 ราย มูลค่าความเสียหาย 8,890 ล้านบาท  2. ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 104 ราย มูลค่าความเสียหาย 596 ล้านบาท 3.ธุรกิจขนส่งทางบก 11 ราย มูลค่าความเสียหาย 32 ล้านบาท 4.ธุรกิจอื่นๆ 477 ราย มูลค่าความเสียหาย 2,976 ล้านบาท

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าปัญหาการปล่อยเช่าคอนโดรายวันที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะการที่เจ้าของคอนโดบางรายใช้วิธีการเช่าเป็นทัวร์จากจีนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย ซึ่งทำให้มีลูกค้าเข้ามาในคอนโดแบบกลุ่มทัวร์จำนวนมาก โดยไม่ให้ความสนใจกับผลกระทบกับธุรกิจโรงแรมไทย ทั้งที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขัดต่อ พ.ร.บ.อาคารชุด ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด เจ้าหน้าที่ต้องมีอำนาจในการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ต้องการให้จัดระเบียบตลาดอสังหา โดยวางโครงสร้างรองรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพในการลงทุนอย่างยั่งยืน เช่น เพิ่มสัดส่วนการถือครองอาคารชุดของชาวต่างชาติจาก 49% เป็น 75% โดยจำกัดพื้นที่ และการจัดเก็บภาษีจากการถือครองและเช่าระยะยาวเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนและการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย

ซึ่งไม่เพียงแก้ไขปัญหาคอนโดศูนย์เหรียญที่กำลังเป็นปัญหา แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างทางกฎหมายและภาษีเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอสังหาระยะยาว และสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยสำหรับคนไทยในกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนภาคอสังหาฯต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติหรือการสร้างระบบภาษีที่เป็นธรรม เพราะไทยถือเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก (Global Property) ที่สามารถรองรับความต้องการจากนักลงทุนต่างชาติได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาคือไทยกลับไม่มีโครงสร้างที่เหมาะสมในการรองรับการลงทุนจากต่างชาติในระยะยาว

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img