‘สิริพงศ์’เผย 9 วัน มีผู้ใช้สิทธิ ’ไทยช่วยไทยพลัส‘ภาคขนส่งทางบก-รางแตะ 2 ล้านคน รัฐร่วมจ่ายค่าโดยสาร ช่วยประชาชนกว่า 35 ล้านบาท มั่นใจผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เมื่ิิอวันที่ 10 มิ.ย.69 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงผลการดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชน จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ว่า จากการรายงานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1-9 มิ.ย. 2569 รวม 9 วันที่ผ่านมา พบว่า มีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส ประมาณ 2 ล้านคน จากจำนวนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะรวมอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านคน สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยภาพรวมการเดินทางระบบราง และระบบขนส่งสาธารณะทางบก ช่วยประหยัดการเดินทางของประชาชน ประมาณ 35 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทำมาตรการดังกล่าว สามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง
ทั้งนี้ หากแยกการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฉพาะระบบราง ในช่วง 7 วันแรก ตั้งแต่วันที่ 1-7 มิ.ย. 2569 ของการดำเนินมาตรการ มีผู้ใช้สิทธิเฉลี่ยวันละประมาณ 9 แสนคน มีการจ่ายค่าโดยสารรวมประมาณ 43 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายของประชาชนประมาณ 17 ล้านบาท และภาครัฐช่วยสนับสนุนประมาณ 26 ล้านบาท เฉลี่ยรัฐช่วยสนับสนุนประมาณวันละ 3-4 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่า จำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 16% เพิ่มขึ้นจากโครงการคนละครึ่งประมาณ 20%
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ตัวเลขค่าเฉลี่ยในปัจจุบันยังไม่นิ่ง เนื่องจากระยะเวลาการเก็บข้อมูลยังมีจำนวนวันไม่มากพอ แต่แนวโน้มโดยรวมถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี และสะท้อนประสิทธิภาพของนโยบายได้อย่างชัดเจน อีกทั้ง มาตรการดังกล่าว ไม่ได้มุ่งเน้นกระตุ้นการใช้จ่าย แต่เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนที่มีการเดินทางอยู่แล้ว ซึ่งจากผลที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดเจนว่า เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์และช่วยเหลือประชาชน
ขณะที่ สถิติผู้ใช้บริการรถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีผู้ใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส วันที่ 1-9 มิ.ย. 2569 รวม 9 วัน จำนวน 16,594 คน วงเงินค่าใช้จ่ายสะสม 319,352 บาท แบ่งเป็น ประชาชนจ่ายสะสม 127,741 บาท และรัฐสนับสนุนสะสม 191,611 บาท ส่วนบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) หรือ BKS มีผู้ใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวม 9 วัน จำนวน 2,042 คน วงเงินค่าใช้จ่ายสะสม 1,173,950 บาท แบ่งเป็น ประชาชนจ่ายสะสม 765,550 บาท และรัฐสนับสนุน 408,400 บาท.



















