“ธปท.” ประเมินผลกระทบสงคราม ราคาน้ำปรับตัวสูงขึ้น และการขาดแคลนวัตถุดิบจะทำให้จีดีพีไทยขยายตัวได้เพียง 1.5% แต่เศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมออกมาตรการสกัดทุนเทาต่อเนื่องถอนเงินสดเกินกว่า 5 ล้านบาทต้องแจงที่มา
เมื่อวันที่่ 12 ก.ค.69 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมบรรยายให้ความรู้ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ในหัวข้อ “โอกาส-ทางรอด ยุคเศรษฐกิจผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก” ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โดย นายวิทัย มองว่าการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้อยู่ที่ 2.3% แม้ว่าจะดูว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ถือว่าไม่ได้แย่ ทั้งนี้ หากดูต้นปี ธปท. ประเมินว่าจากผลกระทบสงคราม ราคาน้ำปรับตัวสูงขึ้น และการขาดแคลนวัตถุดิบจะทำให้จีดีพีไทยขยายตัวได้เพียง 1.5% แต่เศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่น (Resilience) สูง เราสามารถหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นทดแทน และมีการปรับตัว รวมถึงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ทำให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวสูงกว่าที่เคยประเมินไว้
ในขณะนี้ ธปท.ได้ดำเนินออกมาตรการสกัดเงินเทามาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาต้นปี 2569 ได้ออกมาตรการถอนเงินสดเกินกว่า 5 ล้านบาท ต้องแจงว่าจะนำเงินไปเพื่อทำอะไร ส่งผลให้การเบิกเงินสดที่เกินกว่า 5 ล้านบาท ลดลงไป 35% หลังจากนี้ในไตรมาส 4 ปี 2569 แบงก์ชาติจะออกคำสั่งให้การฝากเงินสดที่เกินกว่า 5 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มาของเงินว่าได้มากจากกิจกรรมการอะไร
ขณะเดียวกัน จะมีมาตรการให้ลูกค้าที่นำธนบัตร 1,000 บาท จำนวนมากๆ มาแลกขอแลกเป็นธนบัตร 100 หรือ 500 บาท ลูกค้าต้องแจ้งเหตุผลให้ได้ว่าแลกไปเพื่อทำอะไร
“การสกัดทุนเทาต้องใช้หลายมาตรการ หลายหน่วยงานช่วยกัน มาตรการของแบงก์ชาติเป็นส่วนหนึ่ง ถึงแม้ว่าไม่ทำให้ทุนเทาหมดไป แต่ก็จะช่วยให้ลดลงได้ ซึ่งแบงก์ชาติจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเท่าที่อำนาจของแบงก์ชาติจะดำเนินการได้” นายวิทัย กล่าว
นายวิทัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาแบงก์ชาติได้ดำเนินการมาตราการ กำกับการเทรดทองผ่านแอปพลิเคชัน ป้องกันธุรกรรมที่ต้องสงสัย จากก่อนออกมาตรการมีการซื้อทองผ่านแอปแล้วไปเบิกทองจริงในวันเดียวกันเดือนหนึ่งสูงถึง 4,000 กิโลกรัม แต่หลังจากแบงก์ชาติออกมาตรการ พบว่าเบิกทองเดือนละ 700 กว่ากิโลกรัม




















